ข่าวอินโฟเควสท์
13:43 "อนุทิน" มั่นใจ 2 รายชื่อ รมต.ภูมิใจไทยไม่ถูกตีกลับเชื่อมีความเหมาะสมสามารถทำงานได้   นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธถึงกระแสข่…
13:41 ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดลบ 92.18 จุด วิตกความสัมพันธ์สหรัฐ-ญี่ปุ่น   ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดปรับตัวลงในวันนี้ โดยนักลงทุนมีความกั…
13:41 (เพิ่มเติม) ครม.รับทราบแผนฟื้นฟู ขสมก.ปรับปรุงประสิทธิภาพ-ลดค่าใช้จ่าย-เพิ่มรายได้-บริหารหนี้สิน   รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประ…
13:37 ภาวะตลาดหุ้นออสเตรเลีย: S&P/ASX 200 ปิดลบ 7.40 จุด สอดคล้องภูมิภาค   ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดตลาดวันนี้อ่อนตัวลง เช่นเดียวกั…
13:37 ครม.ไฟเขียวดีอีเปิดโครงข่ายเน็ตประชารัฐครอบคลุมหมู่บ้านเป้าหมาย 24,700 หมู่บ้าน   นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ …

SCB EIC ปรับลดคาดการณ์ส่งออกไทยปี 62 เหลือโต 0.6% นำเข้าเหลือโต 0.8% เหตุสงครามการค้ากลับมาปะทุ

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2562 10:32:37 น.

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ปรับลดคาดการณ์มูลค่าส่งออกปี 2562 เหลือขยายตัวเล็กน้อยที่ 0.6% จากเดิมคาดไว้ที่ 2.7% โดยสาเหตุของการปรับลดประมาณการ เกิดจากข้อมูลจริงของมูลค่าการส่งออกสินค้าในช่วง 4 เดือนแรกหดตัวถึง -4.2% (ไม่รวมการส่งกลับอาวุธ) ซึ่งเป็นการหดตัวที่สูงกว่าคาด นอกจากนี้ สถานการณ์สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่กลับมาปะทุอีกครั้งก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญ

โดยเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้มีการปรับเพิ่มอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 10% เป็น 25% ขณะที่จีนมีมาตรการตอบโต้กลับด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมที่ 5-10% เป็น 5-25% เช่นเดียวกัน และยังรวมถึงมาตรการกีดกันทางการค้าอื่น ๆ ที่เริ่มมีการนำออกมาใช้ เช่น กรณีของบริษัท Huawei ที่ถูกขึ้นบัญชีดำห้ามไม่ให้บริษัทสหรัฐฯ ทำการค้าขายด้วย เป็นต้น (ปัจจุบันมาตรการนี้ถูกระงับ และเลื่อนการพิจารณาออกไป 90 วัน)

ซึ่งจากสงครามการค้ารอบใหม่ ทำให้คาดว่าการส่งออกของไทยจะได้รับผลกระทบเพิ่มเติม ทั้งในส่วนของสินค้าส่งออกของไทยที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานการผลิตสินค้าส่งออกจีน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมของสหรัฐฯ และยังรวมถึงผลกระทบทางอ้อมผ่านแนวโน้มการค้าและการลงทุนของโลกที่มีทิศทางชะลอตัวเพิ่มขึ้น (เทียบกับกรณีก่อนการเพิ่มระดับสงครามการค้า)

"ดังนั้น อีไอซีจึงมีการปรับลดคาดการณ์มูลค่าการส่งออกทั้งปี 2562 เหลือเพียง 0.6% โดยคาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี มูลค่าส่งออกมีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะขยายตัวได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายประเทศโดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน รวมถึงท่าทีที่ Dovish มากขึ้นของธนาคารกลางหลายแห่ง นอกจากนี้ ปัจจัยฐานต่ำของมูลค่าส่งออกในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 ก็จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนให้การส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังกลับมาฟื้นตัวได้" บทวิเคราะห์ระบุ

สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาในช่วงต่อไป ยังเป็นเรื่องสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่ยังอาจเพิ่มระดับความรุนแรงได้อีก โดยสหรัฐฯ ยังมีโอกาสที่จะปรับขึ้นอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากสินค้าจีนมูลค่าอีก 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่อัตรา 25% ซึ่งจีนเองก็อาจจะมีมาตรการตอบโต้กลับเช่นกัน และยังรวมถึงประเด็นเกี่ยวกับการปรับเพิ่มภาษีนำเข้ารถยนต์ของสหรัฐฯ ที่จะเก็บจากทุกประเทศในอัตรา 25% ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงกับสหภาพยุโรปและญี่ปุ่นซึ่งจะได้ข้อสรุปภายในเดือนพ.ย.นี้

ขณะเดียวกัน อีไอซีได้ปรับลดคาดการณ์มูลค่านำเข้าปี 2562 ลงจาก 3.2% เหลือ 0.8% โดยมีสาเหตุหลักจากคาดการณ์การส่งออกที่ลดลงซึ่งมีแนวโน้มส่งผลต่อเนื่อง ทำให้การนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและสินค้าทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกชะลอลงตาม นอกจากนี้ ราคาสินค้านำเข้าในช่วงไตรมาสแรกที่ออกมาต่ำกว่าที่คาด (ราคาสินค้านำเข้าในรูปดอลลาร์สหรัฐช่วงไตรมาสแรกของปีขยายตัวเพียง 0.2%) ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คาดว่ามูลค่านำเข้าสินค้าจะขยายตัวชะลอลงมากกว่าที่เคยคาด

ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกไทยเดือน เม.ย.62 หดตัวที่ -2.6% ต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าที่หดตัวที่ -4.9% ซึ่งถือเป็นการติดลบเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี การส่งออกยังคงหดตัวที่ -4.2% (ไม่รวมการส่งกลับอาวุธไปยังสหรัฐฯ) ขณะที่มูลค่าการนำเข้าเดือน เม.ย.62 หดตัวที่ -0.7% ตามการหดตัวของการนำเข้าสินค้าเชื้อเพลิงเป็นสำคัญ โดยการนำเข้าสินค้าเชื้อเพลิงหดตัวมากถึง -12.8% ส่วนการนำเข้าสินค้าสำคัญประเภทอื่นยังคงขยายตัว ได้แก่ การนำเข้าสินค้าวัตถุดิบ, สินค้าทุน และสินค้าอุปโภคบริโภค

ข่าวที่เกี่ยวข้อง