ข่าวอินโฟเควสท์
22:25 ดอลลาร์อ่อนค่าใกล้หลุด 108 เยน หลัง IMF เตือนดอลลาร์แข็งค่ามากเกินไป   ดอลลาร์อ่อนค่าลงในช่วงล่างของกรอบ 108 เยน หลังจากที่กองทุนการเงินระหว่าง…
22:08 ราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวลง หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลงน้อยกว่าคาด   สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ปรับตัวลงในวันนี้ หลังจากที่สำนักงานสารสนเทศด้านกา…
21:56 EIA เผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 5   สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐล…
21:27 ดาวโจนส์ปรับตัวแคบ จับตาผลประกอบการ,สงครามการค้า,รายงาน Beige Book   ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวแคบในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการขอ…
21:06 กลุ่มติดอาวุธยิงเจ้าหน้าที่สถานกงสุลตุรกีในอิรักเสียชีวิต 3 ราย   แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงของชาวเคิร์ดเปิดเผยว่า กลุ่มติดอาวุธไม่ทราบฝ่ายได้กระห…

พาณิชย์ คาดตลาดอาเซียนปีนี้โต 5.2% วาง 3 กลยุทธ์บุกตลาดใน H2/62

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 26 มิถุนายน 2562 12:27:24 น.

น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยในปี 61 ตลาดอาเซียนมีมูลค่าการส่งออกกว่า 68,400 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าในปี 62 จะสามารถขยายตัวได้ 5.2% มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 72,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศในกลุ่มอาเซียนขยายตัวดีมีเสถียรภาพ หลายประเทศมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น มีการขยายตัวของโมเดิร์น เทรด (Modern Trade)  และตลาดอี-คอมเมิร์ช (E-commerce) อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งภาพลักษณ์ของสินค้าและบริการของไทยดีในสายตาของผู้บริโภคในกลุ่มตลาดอาเซียน จึงเป็นโอกาสของไทยในการเจาะตลาดอาเซียนเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้วางกลยุทธ์ผลักดันการส่งออกตลาดอาเซียนในช่วงครึ่งหลังปี 62 ไว้ 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การสร้างเครือข่าย ขยายการลงทุน และหนุนเจาะตลาดเมืองรอง

สำหรับกลยุทธ์การสร้างเครือข่าย เน้นการสร้างเครือข่ายกับกลุ่มธุรกิจจากประเทศจีนที่ย้ายฐานการผลิตมายังอาเซียน เพื่อสนับสนุนสินค้าไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่คุณค่าของสินค้าและบริการต่างๆ (Value Chain) เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับหน่วยงานภาครัฐและสมาคมการค้าของประเทศเพื่อนบ้านเพื่ออำนวยความสะดวกการค้าชายแดนยิ่งขึ้น

ส่วนกลยุทธ์การขยายการลงทุน เช่น การส่งเสริมการลงทุนของธุรกิจไทยในอาเซียน โดยเฉพาะตลาด CLMV เพื่อใช้ประโยชน์จากระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ในการส่งออกไปยังสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป การสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น Local to Global ผ่านการพัฒนาศักยภาพทั้งสินค้าและผู้ประกอบการ และนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติในกลุ่มประเทศอาเซียน การส่งเสริมการค้าชายแดนโดยการเพิ่มกิจกรรมให้นักธุรกิจตามแนวชายแดนได้พบปะเจรจาธุรกิจกันมากขึ้นและการส่งเสริมการส่งออกสินค้าใหม่ๆ เช่น ซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชั่น สำหรับการบริหารจัดการธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม สปา ภาพยนตร์ เกม แอนิเมชันต่างๆ เป็นต้น

ขณะที่กลยุทธ์การบุกเจาะตลาดเมืองรอง เช่น เมืองดาเวา ของฟิลิปปินส์ เสียมราฐของกัมพูชา สุราบายา ของอินโดนีเซีย ซาบาห์ ซาราวักของมาเลเซีย มัณฑะเลย์ของเมียนมา ไฮฟองและเกิ่นเธอของเวียดนาม และแขวงอุดมไชยของลาว พร้อมรักษาและส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าและบริการไทยอย่างต่อเนื่องผ่านการประชาสัมพันธ์ทางสื่อออนไลน์และออฟไลน์ต่างๆ

สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจในระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2562 อาทิ การนำนักธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรมไทยสร้างเครือข่ายและเจรจาการค้ากับนักธุรกิจฟิลิปปินส์ ในเมืองดาเวา ระหว่างวันที่ 7-10 กรกฎาคม 2562 เพื่อส่งเสริมและขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยพบปะและสร้างเครือข่ายกับนักธุรกิจ/ตัวแทนจำหน่ายสินค้าไทยในฟิลิปปินส์และเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการประชาสัมพันธ์สินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักแก่ผู้ซื้อในฟิลิปปินส์ โดยเมืองดาเวาซึ่งเป็นบ้านเกิดของประธานาธิบดีดูเตอร์ เต้ นั้น ยังได้รับการขนานนามว่าเป็นราชาแห่งเมืองใต้ เนื่องด้วยตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศและอยู่ในเขตมินดาเนาช่วยส่งเสริมให้ภาคธุรกิจจำนวนมากขยายเข้ามาได้มาก ส่งผลให้ภาคธุรกิจเติบโตต่อเนื่องและสูงขึ้นทุกปีมากถึงร้อยละ 8.6 นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีในการขยายการค้าการลงทุนโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมของไทยไปยังเมืองดังกล่าว นอกจากภาคธุรกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องแล้วเมืองดาเวายังเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางภาคใต้ที่สำคัญอีกเมืองหนึ่งเช่นกัน

ในส่วนของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดกิจกรรมคณะผู้แทนการค้าธุรกิจอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ระหว่างวันที่ 27-29 มิถุนายน 2562 คณะผู้แทนการค้าธุรกิจบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ ระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2562 และคณะผู้แทนการค้าธุรกิจภาพยนตร์ไทย ระหว่างวันที่ 28-30 สิงหาคม 2562 เป็นต้น

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะนำผู้ประกอบการไทยในหลายภาคธุรกิจ อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม การเกษตร วัสดุก่อสร้าง ชิ้นส่วนยานยนต์ โลจิสติกส์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เป็นต้น เยือนเมืองโกตาคินาบาลู รัฐซาบาห์และเมืองคูชิง รัฐซาราวัก ระหว่างวันที่ 20-24 สิงหาคม 2562 เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายการส่งออกสู่ตลาดมาเลเซียฝั่งตะวันออก สร้างพันธมิตรและเครือข่ายการค้าและการลงทุนกับนักธุรกิจมาเลเซีย รวมถึงสามารถวางแผนการตลาดให้เหมาะสมกับความต้องการและลักษณะของตลาด เพื่อให้การนำเข้าสินค้าไทยสู่ตลาดดังกล่าวและขยายการดำเนินธุรกิจของไทยสู่เมืองรองที่มีศักยภาพของมาเลเซีย

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้จัดสัมมนาเพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการให้เข้าใจถึงการวางแผนการเข้าไปทำการค้าการลงทุนในมาเลเซียโดยเฉพาะในส่วนของรัฐซาบาห์และรัฐซาราวักและทราบถึงแนวโน้มของสินค้าและบริการที่ชาวมาเลเซียให้ความสนใจ รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมของบริษัทเพื่อเจรจาการค้ากับนักธุรกิจมาเลเซีย

อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ตลาดอาเซียนยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจึงมุ่งหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้ขยายการค้าสู่เมืองรองต่าง ๆ ของกลุ่มประเทศอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายตลาดสินค้าและบริการไทยให้เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในกลุ่มประเทศอาเซียนเพิ่มขึ้นต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง