ข่าวอินโฟเควสท์
15:02 PTTGC วางเป้าเพิ่มพอร์ตสินค้าเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ-เพื่อสิ่งแวดล้อม เป็น 30% ภายในปี 73 จากราว 10% ในปัจจุบัน   นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน…
14:57 ธปท.ห่วงสงครามการค้ายืดเยื้อทำตลาดเงินผันผวน แนะผู้ประกอบการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน   นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายยุทธศาส…
14:54 BAY คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 30.50-30.85 มองสงครามการค้ายังกดดันดอลลาร์   กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) มีมุมมองต…
14:51 เกาหลีใต้เผยอัตราส่วนการผิดนัดชำระหนี้เงินกู้แบงก์ลดลงในเดือนมิ.ย.   สำนักงานกำกับดูแลการเงิน (FSS) ของเกาหลีใต้เปิดเผยในวันนี้ว่า อัตราส่วนการ…
14:48 "สุริยะ" มอบนโยบายสอน.ศึกษาแนวทางช่วยเหลือราคาอ้อยฤดูการผลิตปี 62/63 หลังตลาดโลกปรับลง   นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวภายหลังต…

PwC เผยผลสำรวจซีอีโอ หนุนเร่งลงทุนพัฒนาแรงงานที่มีทักษะด้านดิจิทัล ปิดช่องว่างการถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 15 กรกฎาคม 2562 13:34:30 น.

น.ส.ภิรตา ภักดีสัตยพงศ์ หุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย เปิดเผยถึงรายงาน Talent Trends 2019: Upskilling for a Digital World ของ PwC ว่า 79% ของซีอีโอทั่วโลกที่ถูกสำรวจในปีนี้ แสดงความกังวลว่า การขาดแคลนทักษะแรงงานที่จำเป็นของพนักงานภายในองค์กร กำลังเป็นภัยคุกคามที่มีผลต่อการเติบโตขององค์กรในอนาคต เปรียบเทียบกับ 63% ในปี 2557 ซึ่งนี่เป็นข้อยืนยันว่า ความกังวลเกี่ยวกับทักษะได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ๆในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ ถือเป็นประเด็นความกังวลของผู้บริหารในทุกภูมิภาคทั่วโลก ยกตัวอย่าง เช่น ซีอีโอจากญี่ปุ่น (95%) และยุโรปกลางและตะวันออก (89%) แสดงความกังวลในประเด็นนี้มากที่สุด ในขณะที่ซีอีโอจากอิตาลี (55%) และตุรกี (45%) มีความกังวลเรื่องทักษะแรงงานน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม 55% ของบรรดาซีอีโอที่มีความกังวลมากที่สุด กล่าวว่า ธุรกิจของพวกเขาไม่สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอีก 52% กล่าวว่า ต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านแรงงานสูงขึ้นรวดเร็วกว่าที่คาดไว้

ผลสำรวจพบว่า ซีอีโอกำลังปรับเปลี่ยนวิธีปิดช่องว่างทางทักษะความสามารถให้กับแรงงานของตน โดยเกือบครึ่ง (46%) ของซีอีโอทั่วโลกกล่าวว่า การฝึกอบรมทักษะเดิมที่มีอยู่และการเพิ่มพูนทักษะใหม่ กลายเป็นโครงการความคิดริเริ่มที่มีความสำคัญที่สุดต่อการปิดช่องว่างทางทักษะ ตรงข้ามกันกับผู้บริหารเพียง 18% ที่กล่าวว่า จะว่าจ้างแรงงานที่มีทักษะจากภายนอกอุตสาหกรรมของตน ซึ่งผลสำรวจในปีนี้ยังตรงข้ามกับผลจากการสำรวจในปีที่ผ่านๆ มา ที่ระบุว่า ซีอีโอกำลังมองหาแรงงานที่มีทักษะจากกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรม และมีการจ้างแรงงานชั่วคราวจากภายนอก (Gig economy worker)

ผลสำรวจยังชี้ด้วยว่า การหันมาให้ความสำคัญกับการเพิ่มพูนทักษะใหม่นั้น เกิดขึ้นหลังจากการเพิ่มขึ้นของการใช้ระบบออโตเมชันและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (Artificial Intelligence: AI) โดยแม้ว่าเทคโนโลยีเกิดใหม่เหล่านี้ จะเข้ามาแทนที่พนักงานบางตำแหน่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความคิดเห็นของซีอีโอกลับแตกต่างกันไปตามขนาดและความรวดเร็วของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นๆ

อย่างไรก็ดี สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนที่พบจากผลสำรวจคือ การลงทุนในการเพิ่มพูนทักษะทางด้านดิจิทัลนั้น เป็นแค่ส่วนหนึ่งของสิ่งที่จำเป็นต่อการสร้างแรงงานในอนาคต (Workforce of the future) เพราะการจะทำให้พนักงานมีส่วนร่วมในการมีทักษะใหม่ๆ ต้องอาศัยการมีวัฒนธรรมการเรียนรู้ขององค์กรที่แข็งแกร่ง ที่ถูกผนวกเข้าไปกับสถานที่ทำงานที่มีคุณภาพสูงอย่างแยกออกจากกันไม่ได้

ฉะนั้นในการที่องค์กรจะสร้างผลงานที่ดีได้ จำเป็นที่จะต้องมีข้อมูลที่เกี่ยวกับแรงงานที่มีคุณภาพสูง โดยในขณะที่ 86% ของซีอีโอกล่าวว่า ข้อมูลของคนที่ถูกต้องมีความสำคัญ แต่ผลสำรวจพบว่า มีเพียง 29% เท่านั้นที่เชื่อว่า ข้อมูลที่พวกเขาได้รับอยู่ในปัจจุบันนั้นเพียงพอแล้ว

ซีอีโอยังตระหนักว่า ผลกระทบของระบบออโตเมชันต่อแรงงานภายในองค์กรนั้น มีผลต่อการสร้างความไว้วางใจของสาธารณชน โดยครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่า การขาดความไว้วางใจในธุรกิจ ถือเป็นภัยคุกคามต่อการเติบโตขององค์กร และพวกเขารู้ว่า วิธีที่พวกเขาใช้จัดการกับระบบออโตเมชันจะเป็นบททดสอบความไว้วางใจของสาธารณชน

ซึ่งในประเด็นนี้ ซีอีโอยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันถึงความรับผิดชอบต่อการถูกแทนที่ด้วยระบบออโตเมชันและเอไอของพนักงานว่าควรตกเป็นของใคร โดย 66% ของซีอีโอเชื่อว่า รัฐบาลควรจัดให้มีสิ่งจูงใจเพื่อให้เกิดการพัฒนาและใช้เอไอ ในขณะที่ 56% คิดว่า รัฐบาลควรจัดให้มีมาตรการคุ้มครองพนักงานที่ถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี ซึ่งประเด็นนี้ยังมีข้อที่ต้องถกเถียงอีกมาก

นางสาวภิรตา กล่าวเสริมว่า องค์กรไทยกำลังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทักษะทางด้านดิจิทัลเช่นเดียวกับองค์กรทั่วโลก โดยทาเลนท์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูล ทักษะทางด้านคลาวด์คอมพิวติ้ง การเรียนรู้ของเครื่องจักร และการป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลกำลังเป็นที่ต้องการมาก แต่อย่างไรก็ดี หลายๆ บริษัทในประเทศก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหานี้ ส่วนใหญ่หันมาลงทุนด้านบุคลากรมากขึ้นโดยมีการนำระบบบริหารจัดการบุคลากรเข้ามาใช้ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและขยายขีดความสามารถในการวิเคราะห์ทรัพยากรบุคคลขององค์กร นอกจากนี้ บริษัทไทยหลายรายยังมุ่งเน้นในการจัดโปรแกรมฝึกอบรมการเพิ่มพูนทักษะทางด้านดิจิทัลให้แก่พนักงานมากขึ้นด้วย เพื่อปิดช่องว่างทางทักษะและลดความกังวลของพนักงานในการถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี

อนึ่ง รายงาน Talent Trends 2019: Upskilling for a Digital World เป็นส่วนหนึ่งของผลสำรวจประจำปี Annual Global CEO ครั้งที่ 22 ของ PwC โดยทำการสัมภาษณ์ซีอีโอจำนวน 3,200 รายในกว่า 90 เขตการปกครองทั่วโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง