ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 30.65 อ่อนค่าจากวานนี้ หลังดอลล์แข็ง นลท.คลายกังวลสงครามการค้าสหรัฐ-จีน

ข่าวเศรษฐกิจ Friday August 30, 2019 09:19 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 30.65 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากปิด ตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 30.61 บาท/ดอลลาร์ หลังดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินหลัก เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังเรื่อง การเจรจาความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนจะได้ข้อยุติ

"บาทอ่อนค่าจากเย็นวานนี้ หลังดอลลาร์กลับมาแข็งค่าจากความหวังเรื่องปิดดีลสงครามการค้า" นักบริหารเงิน กล่าว

นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ระหว่าง 30.60-30.70 บาท/ดอลลาร์

THAI BAHT FIX 3M (29 ส.ค.) อยู่ที่ระดับ 1.22704% ส่วน THAI BAHT FIX 6M อยู่ที่ระดับ 1.24365%

*ปัจจัยสำคัญ

  • เงินเยนอยู่ที่ 106.42 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 106.27 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ 1.1045 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1081 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 30.6270 บาท/ดอลลาร์
  • นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ (30 ส.ค.) จะยังไม่มีการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรี
ฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ยังจัดทำรายงานและข้อเสนอเรื่อง
มาตรการจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติที่ต้องการย้ายฐานการผลิตเข้ามาลงทุนในภูมิภาคนี้ให้มาลงทุนในไทยยังไม่แล้วเสร็จจึงให้มีการเลื่อนการ
ประชุมฯไปก่อน
  • โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายควรสร้างภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อความคืบหน้าในการเจรจา โดยจีนจะสกัดกั้น
ไม่ให้สงครามการค้ากับสหรัฐทวีความรุนแรงมากขึ้น และยินดีที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการค้าอย่างสงบ
  • กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
(GDP) ประจำไตรมาส 2/2562 ที่ระดับ 2.0% สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ แต่ต่ำกว่าระดับ 2.1% ซึ่งเป็นตัวเลข
ประมาณการครั้งที่ 1 หลังจากที่เศรษฐกิจขยายตัว 3.1% ในไตรมาส 1/2562 และ 2.6% ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ โดยเศรษฐกิจสหรัฐมี
การขยายตัวติดต่อกันเป็นปีที่ 11 แต่การทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนได้ส่งผลกระทบต่อการลงทุน และการผลิตของภาคธุรกิจ ถึง
แม้ว่าการบริโภคทะยานขึ้น
  • กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 4,000 ราย สู่ระดับ
215,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
  • สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย
(pending home sales) ลดลง 2.5% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 2.8% ในเดือนมิ.ย. ขณะที่เมื่อเทียบราย
ปี ดัชนีลดลง 0.3% ในเดือนก.ค. หลังจากดีดตัวขึ้น 1.6% ในเดือนมิ.ย.
  • ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 ส.ค.)
เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้า หลังจากรัฐบาลจีนยืนยันว่ากำลังหารือกับสหรัฐเกี่ยวกับการจัดประชุมเพื่อเจรจา
การค้าในเดือนก.ย. พร้อมประกาศเจตนารมณ์ที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐอย่างสงบ
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (29 ส.ค.) หลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐทะยานขึ้นกว่า 300 จุด ซึ่งส่ง
ผลให้นักลงทุนเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย และเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่นหุ้น นอกจากนี้ การแข็งค่า
ของดอลลาร์ยังส่งผลให้สัญญาทองคำซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์ มีความน่าดึงดูดน้อยลง
  • รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังพิจารณาที่จะออกพันธบัตรที่มีอายุยาวกว่าใน
ปัจจุบัน กระทรวงการคลังสหรัฐกำลังพิจารณาการออกพันธบัตรอายุ 50 ปี และ 100 ปีในระยะนี้ แต่แนวคิดดังกล่าวได้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
ในปี 2552
  • ข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ ของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล
(PCE) เดือนก.ค., การใช้จ่ายส่วนบุคคลเดือนก.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ