ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 30.55/56 ทรงตัวจากเช้า คาดทิศทางพรุ่งนี้ยังแข็งค่า มองกรอบ 30.45-30.65

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday September 5, 2019 17:31 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 30.55/56 ทรงตัวจากเช้า คาดทิศทางพรุ่งนี้ยังแข็งค่า มองกรอบ 30.45-30.65

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 30.55/56 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจากช่วง เช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 30.55 บาท/ดอลลาร์

วันนี้เงินบาทค่อนข้างนิ่ง ระหว่างวันเคลื่อนไหวเพียง 2-3 สตางค์ แต่การเคลื่อนไหวยังไปในทิศทางที่แข็งค่า แม้วันนี้ดัชนี ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค.62 ที่รายงานโดย ม.หอการค้าไทย จะออกมาไม่ดี เพราะต่ำสุดในรอบ 33 เดือนก็ตาม แต่เงินบาทก็ไม่ ได้ตอบรับปัจจัยนี้เท่าใดนัก

"วันนี้บาทค่อนข้างนิ่งๆ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโคที่ออกมาไม่ค่อยดีวันนี้ บาทก็ยังไม่ตอบรับเท่าไรนัก แต่ไปรับข่าวสหรัฐฯ และ จีนมากกว่า ทั้งวันเคลื่อนไหวแค่ 2-3 สตางค์ คงเป็นจากแรงซื้อแรงขายตามปกติ" นักบริหารเงินระบุ

อย่างไรก็ดี คืนนี้ต้องติดตามการรายงานตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ และตัวเลขการจ้างงาน ภาคเอกชนเดือนส.ค.

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 30.45 - 30.65 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยนอยู่ที่ระดับ 106.53/56 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 106.05 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1044/1047 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1029 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,669.79 จุด เพิ่มขึ้น 11.15 จุด (+0.67%) มูลค่าการซื้อขาย 59,868 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 124.53 ลบ.(SET+MAI)
  • ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน ส.ค.62 อยู่ที่ระดับ 73.6 ปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่ 6 และต่ำสุดในรอบ 33 เดือน
เนื่องจากความไม่มั่นใจในสถานการณ์ทางการเมืองเป็นสำคัญ อีกทั้งผู้บริโภคยังกังวลกับความไม่แน่นอนต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและ
เศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงสูง ราคาสินค้าเกษตรยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย ดังนั้นรัฐบาลจึงควรดำเนิน
นโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง
  • ม.หอการค้าไทย หากอัตราเงินเฟ้อจากนี้จนถึงสิ้นปียังอยู่ในระดับต่ำ และต่ำกว่ากรอบเป้าหมายที่ 1-4% ของ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็น่ายังมีช่องพอที่จะทำให้ ธปท.จำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงได้อีกจากปัจจุบันที่อยู่
ในระดับ 1.50%
  • นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี คาดว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/62 จะเริ่มดีขึ้น หลังการเบิกจ่าย
โครงการเมกะโปรเจ็คต์ทั้งหลายน่าจะทยอยออกมา รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะออกไปโดยกระทรวงการคลัง และกระทรวง
พาณิชย์ โดยเฉพาะการช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งเม็ดเงินอาจจะออกไม่ทันไตรมาส 3 แต่น่าจะมาไตรมาส 4
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ เปิดเผยว่า แม้สงครามการค้ากับจีนจะทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงอย่างต่อเนื่อง
แต่ที่เป็นเช่นนี้เพราะจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับแนวทางปฏิบัติทางเศรษฐกิจของจีน
  • อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยติดลบเกิดขึ้นทั่วโลก และเพียงแต่รอเวลาเท่านั้นที่จะเกิด
ขึ้นกับสหรัฐ พร้อมตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นอย่างมาก เนื่องจากผู้คนกำลังมองหาสินทรัพย์ที่จับต้องได้ (hard
asset)
  • สภาแห่งรัฐ หรือคณะรัฐมนตรีจีน เปิดเผยว่า จีนจะปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ทั้งแบบเป็นวง
กว้างและแบบกำหนดเป้าหมาย ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อเป็นแนวทางให้สถาบันการเงินสามารถปล่อยเงินกู้ได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับ
สนุนเศรษฐกิจที่แท้จริง ในขณะสถานการณ์ในต่างประเทศกำลังมีความซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้น และเศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญกับแรงกดดัน
ช่วงขาลง
  • นักลงทุนติดตามสถานการณ์ในอังกฤษ ภายหลังจากที่นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษประสบความล้มเหลวในความ
พยายามที่จะจัดการเลือกตั้งใหม่ หลังจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษได้สนับสนุนกฎหมายป้องกันการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพ
ยุโรป (Brexit) โดยไม่มีการทำข้อตกลง หรือ "no-deal Brexit" เมื่อคืนนี้
  • กระทรวงอุตสาหกรรมเกาหลีใต้วางแผนเพิ่มแรงจูงใจด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ

มาตรการรับมือกับความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่กำลังรุนแรงขึ้นในขณะนี้


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ

รับทราบและยอมรับ