ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 32.77 อ่อนค่าจากช่วงเช้า คาดกรอบพรุ่งนี้ 32.50-32.80 รอผลประชุม BoE

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday June 18, 2026 17:43 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ ที่ระดับ 32.77 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วงเช้าที่ เปิดตลาด 32.66/67 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบที่ 32.61 - 32.79 บาท/ดอลลาร์

เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคยังเคลื่อนไหวอ่อนค่า โดยเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าเรื่อย ๆ หลังจากเปิดตลาดช่วงเช้าที่ ผ่านมา สวนทางกับราคาทองคำ เนื่องจากตลาดยังรับข่าวที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีโอกาสขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ ส่งผลให้ ดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่า

ทั้งนี้ ตลาดรอติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยต่อ

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50 - 32.80 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากตลาดสหรัฐฯ หยุดทำการจึงประเมินว่า เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบเดิม

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 160.76 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 160.62/63 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1483 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1518/1520 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,585.06 จุด ลดลง 2.01 จุด (-0.13%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 68,106.91 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 2,019.56 ล้านบาท
  • ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ มีมติเห็นชอบรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.788
ล้านล้านบาท พร้อมอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่ายปี 2569 วงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท เข้าสมทบงบ
กลาง เพื่อสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและชำระหนี้ผูกพัน
  • นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็น
ประธาน และมี รมว.คลัง เป็นรองประธาน คณะกรรมการฯ มีหน้าที่และอำนาจพิจารณา และเสนอแนะแนวทาง และมาตรการต่อคณะ
รัฐมนตรี ในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ของภาคเอกชนทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค รวมทั้งให้ภาคเอกชน
ร่วมกับภาครัฐ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตและสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ทั้งนี้ จะมีการประชุมนัดแรก
ในวันที่ 22 มิ.ย. นี้
  • รมว.คลัง เชื่อว่าภายหลังจากที่ผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำอิหร่าน ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อยุติสงคราม
ระหว่างกันแล้ว สภาพบรรยากาศทางเศรษฐกิจและการลงทุนน่าจะดีขึ้น อย่างไรก็ดี รัฐบาลต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะช่วง
ที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกยังมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา สำหรับผลกระทบต่อราคาน้ำมัน อาจทำให้ราคาปรับลงในระยะสั้น แต่คงไม่ลงไปอยู่
ในระดับเท่าเดิมเหมือนก่อนช่วงเกิดสงคราม เพราะโครงสร้างพื้นฐานทั้งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติถูกทำลายไปมาก กว่าจะฟื้นมาได้คงใช้
เวลา 2-3 ปี
  • สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) โดยศูนย์เพื่อการพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน วิเคราะห์
ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศประจำปี 69 โดย IMD ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยปีนี้ประเทศไทยมีอันดับที่ดี
ขึ้น 4 อันดับ มาอยู่ในอันดับที่ 26 จากทั้งหมด 70 เขตเศรษฐกิจ อันเป็นผลจากอันดับที่ดีขึ้นในด้านประสิทธิภาพของภาคธุรกิจที่ปรับขึ้นถึง
3 อันดับ และโครงสร้างพื้นฐานที่ปรับขึ้น 2 อันดับ ในขณะที่ประสิทธิภาพของภาครัฐมีอันดับคงที่ และสมรรถนะทางเศรษฐกิจลดลง 2 อันดับ
จากปี 69
  • เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่านระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำ
อิหร่าน ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจดังกล่าวในรูปแบบดิจิทัล ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาฟาร์ซี โดยกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า
ข้อตกลงมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันพุธ
  • ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) มีมติในวันนี้ (18 มิ.ย.) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 5.75% สอด
คล้องการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ เพื่อหวังดึงดูดเงินทุนไหลเข้าและสกัดแรงเทขายเงินรูเปียห์ รวมถึงสินทรัพย์อื่น ๆ ที่กำลังทรุดตัว
ลงอย่างหนัก
  • ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 4.75% ในการประชุมวันนี้ (18 มิ.
ย.) ซึ่งเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยติดต่อกันครั้งที่สอง และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ โดยมีเป้าหมายเพื่อรับมือกับ
ภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นเป็นเวลานาน แม้ว่าสหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวแล้วก็ตาม
  • รองประธานบริษัท โกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป และอดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาดัลลัส คาดการณ์ว่า เมื่อ
พิจารณาในแง่ของความสมดุลด้านความเสี่ยงแล้ว หากตัวเลขเงินเฟ้อไม่ชะลอตัวลงนับจากนี้ไปจนถึงเดือนก.ย. ก็ถือเป็นเรื่องเหมาะสมที่
เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ไม่ว่าจะเป็นในเดือนก.ย. หรือภายในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
  • ซิตี้กรุ๊ป (Citigroup) เลื่อนการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งถัดไปของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ออกไปเป็นเดือนต.ค. จากเดิมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนก.ย. หลังรายงานสรุปคาดการณ์เศรษฐกิจ (SEP) ล่าสุดของเฟดส่งสัญญาณใช้

นโยบายการเงินเข้มงวดกว่าที่ตลาดประเมินไว้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ