"อุตตม"กำชับ สบน.รักษาวินัยการเงินการคลัง-บริหารการกู้เงินไม่ให้แผนปฏิรูปประเทศสะดุด แนะใช้แหล่งเงินในปท.ลดเสี่ยง

ข่าวเศรษฐกิจ 13 กันยายน พ.ศ. 2562 16:54 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ว่า ได้มอบนโยบายให้แก่ สบน. 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1. แผนการกู้เงินในระยะ 5 ปีข้างหน้าที่ถือเป็นเรื่องสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และเศรษฐกิจ ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากถึง 1.2 ล้านล้านบาท ดังนั้น สบน.มีบทบาทสำคัญในการช่วยจัดหาแหล่งเงินกู้ให้หน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ เฉลี่ยปีละ 1.5-2 แสนล้านบาท โดยต้องบริหารไม่ให้เกิดการสะดุดเพื่อไม่ให้กระทบแผนในการปฏิรูปประเทศ

2.การเตรียมความพร้อมรับความผันผวนของเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลก โดยต้องยอมรับว่าปัจจุบันมีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ตลาดการเงินและตลาดทุนโลกผันผวน มีผลกระทบต่อตลาดทุน และหุ้นกู้ทั้งโลก ดังนั้น สบน.จะต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะมีผลกระทบกับประเทศไทยอย่างใกล้ชิด

"สถานการณ์ในตลาดการเงินโลกที่มีความผันผวนในขณะนี้ สบน.ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันปริมาณหนี้สาธารณะของไทย อยู่ที่ 6 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 41% ต่อ GDP ดังนั้นหากดอกเบี้ยมีการเปลี่ยนแปลงก็จะมีผลกระทบต่อต้นทุน แต่หากใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์ก็จะเป็นผลดีกับประเทศไทยได้" นายอุตตม กล่าว

พร้อมระบุว่า สบน.จะต้องรักษาวินัยการเงินการคลัง โดยขณะนี้สัดส่วนหนี้สาธารณะยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยทางการเงินการคลัง แต่อยากให้มองยาวไปถึง 5 ปีข้างหน้าที่ประเทศไทยจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ดังนั้นจึงต้องรักษากรอบวินัยดังกล่าวนี้ไว้ โดยเบื้องต้นประเมินว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยใน 5 ปีข้างหน้าจะอยู่ไม่เกิน 47-48% ของ GDP ภายใต้เศรษฐกิจที่ขยายตัวเฉลี่ยปีละ 4%

3. ได้สั่งให้ สบน.พยายามหาแหล่งเงินกู้สำรองเพิ่มขึ้น โดยเน้นแหล่งเงินกู้ภายในประเทศเป็นหลัก เพราะไม่มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

4. การติดตามการปฏิบัติงานในด้านการลงทุนของหน่วยงานที่ สบน.ไปช่วยกู้เงิน โดยขณะนี้การเบิกจ่ายเพื่อลงทุนยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย สบน. ต้องติดตามให้มีการเบิกจ่ายเงินลงทุนให้ได้มากที่สุด ต้องประสานกรมบัญชีกลางให้มีการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามแผน เพราะถ้ากู้แล้วเอาเงินมากองไว้จะไม่เป็นผลดี การกู้จะต้องสอดรับกับการใช้เงิน โดยมีระบบติดตามอย่างใกล้ชิด

5. การนำเทคโนโลยี โดยเฉพาะบล็อกเชนเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน และสร้างฐานข้อมูล (Big data) ในการเก็บข้อมูลการกู้เงิน ผู้ถือครองพันธบัตรในเชิงลึก จะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ในการติดตามทิศทางของตลาดพันธบัตรที่มีมูลค่า 12 ล้านล้านบาทของไทยว่ามีการเคลื่อนไหวอย่างไร

"สบน.จะกู้เงินในประเทศเป็นหลัก ไม่เน้นการกู้เงินต่างประเทศ การที่ประเทศไทยกู้ลงทุนมากเพื่อปฏิรูปประเทศ และมีการรักษาวินัยการเงินการคลังไว้ได้ จะทำให้นักลงทุนทั้งในและนอกประเทศมั่นใจในเศรษฐกิจไทยมากขึ้น" รมว.คลังกล่าว

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ