พาณิชย์ เผย ส.ค.มีธุรกิจตั้งใหม่ 5,973 ราย ลดลง 7% ไฟเขียวต่างด้าวลงทุนในไทย 49 ราย

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday September 24, 2019 13:23 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงยอดจดทะเบียนธุรกิจประจำเดือนส.ค.62 โดยมีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วน/บริษัทใหม่ทั่วประเทศ 5,973 ราย เมื่อเทียบกับเดือนก.ค.62 จำนวน 6,459 ราย ลดลง 486 ราย คิดเป็น 8% และเมื่อเทียบกับเดือนส.ค.61 จำนวน 6,446 ราย ลดลง 473 ราย คิดเป็น 7%

สำหรับประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 547 ราย คิดเป็น 9% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 344 ราย คิดเป็น 6% และอันดับ 3 คือ ธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร 172 ราย คิดเป็น 3% มูลค่าทุนธุรกิจจัดตั้งใหม่ ในเดือนส.ค.62 มีจำนวนทั้งสิ้น 17,172 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนก.ค.62 จำนวน 22,866 ล้านบาท ลดลง 5,694 ล้านบาท คิดเป็น 25% และเมื่อเทียบกับเดือนส.ค.61 จำนวน 23,233 ล้านบาท ลดลง 6,061 ล้านบาท คิดเป็น 26% ขณะที่ในเดือนส.ค.62 มีจำนวนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ 1,755 ราย เมื่อเทียบกับเดือนก.ค.62 จำนวน 1,594 ราย เพิ่มขึ้น 161 ราย คิดเป็น 10% และเมื่อเทียบกับเดือนส.ค.61 จำนวน 1,740 ราย ลดลง 15 ราย คิดเป็น 1% โดยประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 155 ราย คิดเป็น 9% รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 97 ราย คิดเป็น 6% และธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร 58 ราย คิดเป็น 3%

ส่งผลให้ล่าสุดมีธุรกิจที่ยังดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ ณ สิ้นเดือนส.ค.62 จำนวน 743,955 ราย มูลค่าทุน 17.89 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 184,937 ราย คิดเป็น 24.86% บริษัทจำกัด จำนวน 557,767 ราย คิดเป็น 74.97% และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,251 ราย คิดเป็น 0.17%

นางโสรดา กล่าวถึงแนวโน้มการจัดตั้งธุรกิจว่า คาดการณ์ว่าการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในเดือนก.ย.62 จะเพิ่มขึ้นจากเดือนส.ค. ซึ่งจะส่งผลให้ในภาพรวมการจดทะเบียนของไตรมาสที่ 3/2562 ใกล้เคียงกับไตรมาสเดียวกับของปีที่ผ่านมา ขณะที่แนวโน้มการจดทะเบียนในไตรมาสสุดท้ายของปี จะลดลงตามแนวโน้มฤดูกาล

อย่างไรก็ดี สำหรับการลงทุนประกอบธุรกิจในไทยภายใต้กฎหมายต่างด้าว พบว่า ในเดือนส.ค.62 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจทั้งสิ้น 49 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 13 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ 36 ราย โดยมีเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 18,870 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น 16 ราย เงินลงทุนกว่า 10,539 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ เยอรมนี 6 ราย เงินลงทุน 54 ล้านบาท และสิงคโปร์ 5 ราย เงินลงทุน 185 ล้านบาท


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ