ศาลปกครอง สั่ง คกก.คัดเลือกฯ รับพิจารณาซอง 2-3 ประมูลพัฒนาอุ๋ตะเภา-เมืองการบินของกลุ่ม"ธนโฮลดิ้ง"ตามขั้นตอน

ข่าวเศรษฐกิจ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562 18:32 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

รายงานข่าวจากศาลปกครองในวันนี้(18 ต.ค.) ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติองคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกที่ปฏิเสธไม่รับซองข้อเสนอด้านเทคนิคและแผนธุรกิจ (ซอง 2) และซองข้อเสนอด้านราคา (ซอง3) ของกลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัดและพันธมิตร เป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษา ทั้งนี้ ศาลปกครองให้คณะกรรมการคัดเลือกฯ รับพิจารณาเอกสารดังกล่าวให้เป็นไปตามขั้นตอนการดำเนินการคัดเลือกต่อไป ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มีมติไม่รับซองข้อเสนอของกลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด ที่เป็นซองข้อเสนอกล่องที่ 6 ที่เป็นซองข้อเสนอด้านเทคนิคและแผนธุรกิจ และซองที่ 9 ที่เป็นซองข้อเสนอด้ายราคา ไว้พิจารณา เนื่องจากยื่นข้อเสนอเกินเวลาที่กำหนดไว้

ศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณาคำขอของกลุ่มกิจการร่วมค้าธนโฮลดิ้งแล้วเห็นว่า เนื่องจากกระบวนการคัดเลือกเพื่อให้ได้มาซึ่งคู่สํญญาในโครงการได้ดำเนินการมาจนถึงขั้นตอนการเปิดข้อเสนอ ซองที่ 3 ซึ่งเป็นข้อเสนอด้านราคาแล้ว และอาจมีการดำเนินการต่อไปจนถึงขั้นลงนามในสัญญาในระยะเวลาอันใกล้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของกลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด เป็นการเร่งด่วน สมควรที่ศาลจะมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอดังกล่าว โดยไม่ต้องมีคำแถลงการณ์ของตุลาการผู้แถลงคดีตามนัยข้อ 72 วรรคหนึ่ง แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2543

กรณีมีประเด็นที่ศาลปกครองสูงสุดจะต้องวินิจฉัย มีเหตุที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติของคณะกรรมการคัดเลือกฯ แจ้งตามหนังสือสำนักงานบริหารเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของกองทัพเรือ ด่วนมาก ที่ลงวันที่ 10 เม.ย.62 ที่ไม่รับข้อเสนอซองที่ 2 ข้อเสนอด้านเทคนิคและแผนธุรกิจ กล่องที่ 6 และซองที่ 3 ข้อเสนอด้านราคา กล่องที่ 9 ของกลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด หรือไม่

ศาลพิเคราะห์ตามมาตรา 8 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และ พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 เห็นสมควรกำหนดมาตรการหรือวิธีการใดๆ เพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่คู่กรณีเกี่ยวข้องเป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดี ศาลจึงมีอำนาจสั่งทุเลาการบังคับตามกฎหมายหรือคำสั่งทางปกครองได้ตามเห็นสมควร

ทั้งนี้ กองทัพเรือจะเปิดให้มีการรับซองข้อเสนอในวันที่ 21 มี.ค.62 เวลา 9.00 น. และปิดการรับซองข้อเสนอในวันเดียวกันเวลา 15.00 น. ได้มีผู้ยื่นข้อเสนอ ณ กองบัญชาการกองทัพเรือ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีเอส (BBS Joint Venture) กลุ่ม Grand Consortium และกลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร โดยคณะกรรมการคัดเลือกฯได้จัดสถานีในการรับซองข้อเสนอแยกแป็น 3 ส่วนได้แก่ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพะรือ ซึ่งใช้เป็นห้องยื่นข้อเสนอ ห้องรับรองชาวต่างประทศซึ่งใช้เป็นห้องพักคอย และห้อง Navy Club ซึ่งใช้เป็นห้องเก็บเอกสารข้อเสนอที่ได้ยื่นต่อคณะกรรมการคัดเลือกฯแล้ว

เมื่อพิจารณาบทบัญญัติของกฎหมายและข้อกำหนดในเอกสารคัดเลือกเอกชน (RFP) ประกอบกับข้อเท็จจขริงที่รับฟังได้ในชั้นนี้แล้วเห็นได้ว่า หลักการสำคัญของการดำเนินการเพื่อคัดเลือกหรือให้ได้มาซึ่งคู่สัญญาของรัฐนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประโยชน์สาธารณะหรือประโยชน์ของรัฐ และในส่วนที่เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิของผู้เข้าร่วมกระบวนการคัดเลือกคู่สัญญานั้น หลักกฎหมายดังช่นที่บัญญัติไว้ในมาตรา 8 ของพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ได้กำหนดหลักการให้มีการดำเนินการโดยเปิดเผย โปร่งใส และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม การพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการในกรณีนี้ และการปรับใช้ข้อกำหนดใดๆในเอกสารคัดเลือกเอกชน (RFP) จึงต้องยึดถือและให้สอดคล้องกับหลักการและหลักกฎหมายดังกล่าวเป็นสำคัญ

ในกรณีนี้ ถึงแม้เอกสารคัดเลือกกำหนดให้มีการปิดการรับซองข้อเสนอในวันที่ 21 มี.ค.62 เวลา 15.00 น. และกำหนดว่า คณะกรรมการคัดเลือกฯจะไม่รับซองเอกสารข้อเสนอที่ยื่นภายหลังกำหนดเวลาการยื่นซองเอกสาร

แต่เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ของการยื่นข้อเสนอเห็นได้ว่า การดำเนินการต่างๆ เกี่ยวกับการยื่นข้อเสนอในคดีนี้เป็นกระบวนการยื่นข้อเสอนในโครงการขนาดใหญ่ เป็นที่คาดหมายได้ตรงกันว่ามีเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก การจะกำหนดให้มีการรับเอกสารเมื่อใด โดยวิธีการใด จึงต้องมีกระบวนการที่ชัดเจน และต้องกำหนดเป็นหลักเกณฑ์เกี่ยวกับกระบวนการตรวจรับเอกสารเช่นว่านั้นให้ผู้ยื่นข้อเสนอได้รับทราบเป็นการล่วงหน้า

แต่จากข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ในเรื่องนี้ ไม่ปรากฎข้อเท็จจริงว่า มีกระบวนการรับและตรวจปริมาณของเอกสารอย่างชัดเจน และกลับปรากฎข้อเท็จจริงว่า มีกระบวนการให้ผู้ยื่นข้อเสนอแสดงตนว่าประสงค์จะเข้าร่วมการยื่นข้อเสนอด้วยการให้ลงทะเบียนก่อน แล้วหลังจากนั้นจึงมีกระบวานการรับและตรวจสอบเอกสารในลำดับถัดไป โดยการเรียกให้ผู้ยื่นข้อเสนอเข้าสู่กระบวนการรับและตรวจสอบเอกสารทีละราย

ข้อเท็จจริงปรากฎว่า ได้เริ่มมีการตรวจเอกสารของกลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีเอส เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. เป็นรายแรก จากนั้นดำเนินการรับและตรวจสอบของกลุ่ม Grand Consortium และกลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด ตามลำดับ เช่นนี้ไม่ได้ความว่าได้มีการขยายระยะเวลาซึ่งต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรตามเอกสาร RFP แต่มีความหมายที่แสดงให้เห็นว่า กระบวนการยื่นข้อเสนอในครั้งนี้ไม่ได้ยึดถือการขนหรือลำเลียงเอกสารใดให้ต้องผ่านจุดลงทะเบียนภายในเวลา 15.00 น.เพราะโดยสภาพผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายจะต้องลำเลียงเอกสารมาเป็นระยะๆ ในระหว่างนั้น

อีกทั้งการที่ปรากฎข้อเท็จจริงในชั้นนี้ว่า การเข้ายื่นเอกสารรายของกลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด เจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการคัดเลือกฯได้ทำการตรวจสอบและรับเอกสารจนครบถ้วนเรียบร้อยในวันนั้นแล้ว โดยมีการออกเอกสารแบบฟอร์มตรวจสอบการจัดเก็บข้อเสนอโครงการให้แก่กลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด ว่าได้ลงทะเบียนก่อนเวลา 15.00 น.และไม่ปรากฎว่าได้มีการทักท้วงหรือท้วงติงเกี่ยวกับเอกสารของกลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด ในวันนั้นแต่อย่างใด

ส่วนการอ้างถึงรายงานของคณะทำงานรับและจัดเก็บเอกสารข้อเสนอก็ไม่ได้ปรากฎว่าเป็ฯการทำรายงานขึ้นในขณะนั้น กรณีเป็นเพียงการอ้างถึงรายงานดังกล่าวที่ปรากฎขึ้นในภายหลัง เช่นเดียวกับการอ้างถึงภาพถ่ายนิ่งที่ใช้อ้างว่ามีการลำเลียงเอกสารกล่องที่ 6 และเอกสารกล่องที่ 9 ผ่านจุดลงทะเบียนหน้าห้องรับรอง กองบัญชาการทหารเรือในเวลา 15.09 น.นั้น ก็เป็นการอ้างถึงข้อเท็จจริงที่ได้รับมาในภายหลังวันที่มีการปิดรับซองเอกสารแล้ว

ประกอบกับเอกสารกล่องที่ 6 และกล่องที่ 9 ไม่ใช่เอกสารที่กำหนดให้จะต้องมีการเปิดซองเอกสาร ณ ขณะนั้นด้วย หลังการตรวจรับเอกสารแล้วจะนำไปเก็บรักษาไว้ในความครอบครองของคณะกรรมการคัดเลือกฯ ซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงใดๆ หรือล่วงรู้ถึงรายละเอียดข้อมูลของเอกสารข้อเสนอซองที่ 2 และข้อเสนอซองที่ 3 ของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นได้ จึงไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่คณะกรรมการคัดเลือกฯจะนำมาใช้พิจารณาว่ามีข้อบกพร่องในการยื่นข้อเสนอที่เป็นสาระสำคัญ

ดังนั้น การที่คณะกรรมการคัดเลือกฯพิจารณาใช้ดุลพินิจปฏิเสธไม่รับซองที่ 2 ในกล่องที่ 6 และซองที่ 3 กล่องที่ 9 ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งการปฏิเสธไม่รับเอกสารในส่วนดั้งกล่าวอันเป็นผลให้กลุ่มกิจการค้าร่วม บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด ไม่อาจเข้าร่วมกระบวนการคัดเลือกนั้น หาใช่เป็นเพียงการที่กลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด เสียโอกาส หากแต่เป็นเรื่องของการคุ้มครองสิทธิของบุคคลซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม โดยหากกระบวนการคัดเลือกในครั้งนี้ได้ดำเนินการต่อไปในขั้นตอนต่างๆ โดยศาลไม่ได้พิจารณาถึงการให้ความคุ้มครองสิทธิของกลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัดแล้วย่อมจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลัง

จึงมีเหตุอันสมควรที่ศาลปกครองสูงสุดจะให้มีการทุเลาการบังคับตามมติของกลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด ที่ไม่รับข้อเสนอซองที่ 2 ข้อเสนอด้านเทคนิคและแผนธุรกิจ กล่องที่ 6 กับฉบับสำเนา และซองที่ 3 ข้อเสนอด้านราคา กล่องที่ 9 กับฉบับสำเนา ของกลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัดเป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษาโดยให้คณะกรรมการคัดเลือกฯรับพิจารณาเอกสารดังกล่าวของกลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด ให้เป็นไปตามขั้นตอนการดำเนินการคัดเลือกต่อไป

อนึ่ง คำฟ้องของกลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร ได้แก่ บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด (บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี)) บริษัท บี.กริม.จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด บมจ.อิตาเลียนไทย (ITD) บมจ.ช.การช่าง (CK) และ บริษัท โอเรียนท์ ซัคเซส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ