ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 30.26 แนวโน้มแกว่งกรอบแคบ รอความชัดเจน Brexit-นลท.จับตาประชุมเฟดสัปดาห์หน้า

ข่าวเศรษฐกิจ Friday October 25, 2019 09:16 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 30.26 บาท/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ปิด ตลาดที่ระดับ 30.28/29 บาท/ดอลลาร์

"ภาพรวมวันนี้น่าจะแกว่งแคบ เพราะ Brexit ยังขาดความชัดเจน ขณะที่ผลประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ก็ออกมา ตามคาด"นักบริหารเงิน กล่าว

ทั้งนี้ คาดว่าเงินบาทน่าจะยังแกว่งแคบในกรอบ 30.25-30.35 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่ แต่สัปดาห์หน้ามี ปัจจัยที่น่าติดตามค่อนข้างมาก ทั้งการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ, การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ), ตัวเลข ISM ภาคการผลิต ของสหรัฐฯ และการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (Non Farm Payroll)

THAI BAHT FIX 3M (24 ต.ค.) อยู่ที่ระดับ 1.48168% ส่วน THAI BAHT FIX 6M อยู่ที่ระดับ 1.41979%

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยนอยู่ที่ระดับ 108.66 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่อยู่ที่ 108.67 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1103 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่อยู่ที่ 1.1130/1131 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 30.2800 บาท/ดอลลาร์
  • รมว.คลัง เปิดเผยว่า ธนาคารโลกได้เผยแพร่การจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจประจำปี 2563 (Doing
Business) พบว่า ไทยได้รับการจัดอันดับอยู่ที่ 21 จากการจัดอันดับ 190 ประเทศทั่วโลก ซึ่งดีขึ้นถึง 6 อันดับ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่
ได้อันดับที่ 27 โดยคะแนนที่ไทยได้รับ 80.10 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.65 คะแนน ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดของไทยในรอบ 6 ปี และมี
คะแนนใกล้เคียงกับสิงคโปร์ที่อยู่อันดับที่ 2 ที่อยู่ที่ 86.20 คะแนน รวมถึงมาเลเซียที่อยู่อันดับที่ 12 ที่มีคะแนน 81.50 คะแนน
  • รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันนี้รมว.พาณิชย์ จะเชิญเอกชนและหน่วยงานภาครัฐร่วมประชุมคณะ
กรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ เช่น หอการค้า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ผู้ส่งออก
เป็นต้น เพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนส่งออกไทยหลังจากสถานการณ์การค้าของโลกได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน,
เศรษฐกิจโลกชะลอตัว, เบร็กซิต และค่าเงินบาท หลังจากที่การส่งออกไทยในปี 62 มีแนวโน้มที่จะติดลบ 1-ลบ 2%
  • 'ชิมช้อปใช้ 2' ยังฮอตลงทะเบียนวันแรกโควตาช่วงเช้าชั่วโมงเดียวเต็ม 5 แสนคน คลังยันไม่ขยายผู้ลงทะเบียนเกิน 3
ล้านคน แต่ให้ผ่อนปรนร้านค้าที่เข้าร่วมมากขึ้น โดยเฉพาะโรงแรม-รถเช่า และทัวร์ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในจังหวัดที่ผู้ลงทะเบียนกำหนดก็ได้
  • นายกฯ ปลื้มเป็นประธานพิธี ซีพีเอชและพันธมิตรเซ็นสัญญารถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่
ตะเภา มูลค่า 2.2 แสนล้าน ภายใต้สัญญาร่วมลงทุน 50 ปี คาดเปิดบริการปี 2566
  • ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จัดการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของนายมาริโอ ดรา
กี ในฐานะประธาน ECB โดยที่ประชุมมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% โดยเป็นระดับต่ำสุดเป็น
ประวัติการณ์ และคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.50% ขณะที่คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25%
  • กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 6,000 ราย สู่ระดับ
212,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 215,000 ราย
  • กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มี
อายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ดิ่งลง 1.1% ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. ซึ่งขณะนั้นยอดสั่งซื้อ
สินค้าคงทนทรุดตัวลง 2.3% โดยได้รับผลกระทบจากการลดลงของคำสั่งซื้อเครื่องบิน และรถยนต์
  • ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการ
ผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 51.2 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน หลังจากแตะระดับ
51.0 ในเดือนก.ย. อย่างไรก็ดี ดัชนี PMI ยังคงถูกกดดันจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่ และการจ้างงาน ส่วนความเชื่อมั่นของภาค
ธุรกิจแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน
  • กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ลดลง 0.7% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 701,000
ยูนิต สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากแตะระดับ 706,000 ยูนิตในเดือนส.ค.
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (24 ต.ค.) โดยทองคำดีดตัวขึ้นมายืนที่เหนือระดับ 1,500 ดอลลาร์/ออนซ์ได้
อีกครั้ง จากการที่นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ซึ่งรวมถึงยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่ทรุดตัว
ลงหนักสุดในรอบ 4 เดือน
  • เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 ต.ค.) เนื่อง
จากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการที่อังกฤษแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) หลังจากมีรายงานว่า นายบอริส จอห์น
สัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เตรียมประกาศยุบสภา และจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด
  • นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เรียกร้องให้รัฐสภาอังกฤษจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ เพื่อผ่าทางตันของกระบวนการถอนตัว
ของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยนายจอห์นสันยอมรับเป็นครั้งแรกว่า เขาไม่สามารถที่จะทำตามกำหนดเส้นตายเพื่อออก
จากสหภาพยุโรป (EU) ในวันที่ 31 ต.ค.ได้
  • นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของ Brexit หลังจากนายจอห์นสันกล่าวว่า เขาจะให้เวลามากขึ้นแก่สมาชิก
รัฐสภาในการพิจารณาข้อตกลง Brexit จากเดิมที่รัฐบาลให้เวลาเพียง 3 วัน แต่รัฐสภาจะต้องให้การอนุมัติต่อญัตติของรัฐบาลในการ
จัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดในวันที่ 12 ธ.ค. โดยนายจอห์นสันกล่าวว่า หากสภาให้การอนุมัติต่อญัตติดังกล่าว เขาก็จะประกาศยุบสภาในวัน
ที่ 6 พ.ย.
  • นักลงทุนกำลังรอการกล่าวสุนทรพจน์ของนายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ เกี่ยวกับนโยบายของสหรัฐที่มีต่อจีน เพื่อ

หาสัญญาณบ่งชี้ความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ