ดัชนีภาวะเศรษฐกิจฯ ต.ค.62 ปรับลง เหตุครัวเรือนกังวลเศรษฐกิจไทยเพิ่มมากขึ้น มองแบงก์ลดดอกเบี้ยช่วยบรรเทาภาระหนี้สิน

ข่าวเศรษฐกิจ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 17:47 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) อยู่ที่ระดับ 41.9 ในเดือน ต.ค.62 ปรับตัวแย่ลงจากระดับ 42.3 ในเดือนก.ย.62 โดยครัวเรือนไทยที่ทำการสำรวจในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด มีความกังวลมากขึ้นต่อประเด็นเรื่องภาระค่าใช้จ่าย (ไม่รวมหนี้สิน) ระดับราคาสินค้าและบริการในประเทศ เงินออม รวมถึงรายได้และการมีงานทำ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยในช่วงที่เหลือของปี 2562 จะได้รับแรงกดดันมากขึ้นจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องรายได้และการมีงานทำ ซึ่งจะส่งผลให้กำลังซื้อของครัวเรือนอ่อนแรงลงในระยะข้างหน้า

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ทำการสำรวจเพิ่มเติมในประเด็นเรื่องสถานการณ์การจ้างงานในองค์กร/บริษัท/หน่วยงานที่ครัวเรือนสังกัดหรือเป็นเจ้าของกิจการ พบว่า 8.5% ของครัวเรือนที่ทำการสำรวจในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ชี้ว่าสถานการณ์การจ้างงานในองค์กรของตนมีการส่งสัญญาณการเลิกจ้าง โดยเพิ่มขึ้นจาก 3.8% ในการทำสำรวจช่วงเดือนก.ค.62 สอดคล้องไปกับข้อมูลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่ในเดือนต.ค.62 จำนวนผู้ว่างงานจากสาเหตุนายจ้างเลิก/หยุด/ปิดกิจการอยู่ที่ 26,100 คน เพิ่มขึ้น 5,000 คนจากเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 17,600 คนจากช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ อีก 17.4% ของครัวเรือนที่ทำการสำรวจในเดือนต.ค.62 ถูกลดชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา (OT) เพื่อประหยัดต้นทุนทางด้านแรงงานและควบคุมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในสถานประกอบการ/บริษัท

ขณะที่ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI) ปรับตัวลดลง เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับดัชนีภาวะเศรษฐกิจฯ ในปัจจุบัน (KR-ECI) จากระดับ 44.4 ในการสำรวจช่วงเดือนก.ย.62 สู่ระดับ 43.5 ในการสำรวจช่วงเดือนต.ค.62 โดยครัวเรือนไทยมีความกังวลเพิ่มขึ้นต่อประเด็นเรื่องภาระค่าใช้จ่าย (ไม่รวมหนี้สิน) เงินออม รวมถึงระดับราคาสินค้าและบริการภายในประเทศในช่วงระยะ 3 เดือนข้างหน้า (พ.ย.62 – ม.ค.63) ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยฤดูกาลที่เข้าสู่ช่วงเทศกาล ทำให้ครัวเรือนมีการจับจ่ายใช้สอยในรายการพิเศษต่างๆ เช่น ท่องเที่ยว ซื้อหาของขวัญ เป็นต้น

นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ยังมีประเด็นข่าวความคืบหน้าเรื่องการจัดเก็บภาษีความเค็มในอาหารแช่แข็ง อาหารกระป๋อง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดยกังวลว่า สินค้าที่ถูกจัดเก็บภาษีจะมีราคาสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อภาระค่าครองชีพของตนเอง

"ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยในปัจจุบัน (KR-ECI) และในอีก 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI) ปรับตัวลดลง แสดงให้เห็นถึงความกังวลของครัวเรือนต่อสภาวะเศรษฐกิจทั้งในปัจจุบันและในอีก 3 เดือนข้างหน้า (พ.ย.62 – เดือนม.ค.63) โดยในการสำรวจเดือนต.ค.62 พบสัญญาณการเลิกจ้างในองค์กร/บริษัทที่ครัวเรือนสังกัดหรือเป็นเจ้าของปรับตัวเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับการสำรวจในช่วงเดือนก.ค.62 ชี้ให้เห็นว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยเป็นระยะเวลาติดต่อกันเริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและตลาดแรงงานในประเทศ" บทวิเคราะห์ระบุ

อย่างไรก็ดี การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) น่าจะมีส่วนช่วยบรรเทาภาระหนี้สินของครัวเรือน และต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจได้ในระดับหนึ่ง ส่วนในประเด็นเรื่องค่าครองชีพนั้น ภาครัฐมีความพยายามที่จะช่วยประคับประคองภาระค่าครองชีพของครัวเรือนไม่ให้เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ เช่น ขอความร่วมมือจากผู้ผลิตให้ชะลอการปรับขึ้นราคาสินค้าไปจนถึงสิ้นปี 2562 โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นที่ได้รับผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีความหวาน และผ่อนผันการขึ้นราคายาสูบออกไปอีก 1 ปี (จาก 1 ต.ค.62 เป็น 1 ต.ค.63)

ทั้งนี้ ยังต้องติดตามผลของมาตรภาครัฐที่ออกมาในช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะมาตรการชิมช้อปใช้เฟส 1 และเฟส 2 รวมถึงมาตรการที่กำลังจะออกมาในระยะข้างหน้า อย่างมาตรการชิมช็อปใช้เฟส 3 ที่คาดว่าจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ