ภาวะตลาดเงินบาท: บาทปิด 30.38 อ่อนค่าเกาะกลุ่มภูมิภาค พบแรงขายทำกำไรเงินหยวน มองกรอบพรุ่งนี้ 30.30-30.40

ข่าวเศรษฐกิจ 21 มกราคม พ.ศ. 2563 17:48 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ภาวะตลาดเงินบาท: บาทปิด 30.38 อ่อนค่าเกาะกลุ่มภูมิภาค พบแรงขายทำกำไรเงินหยวน มองกรอบพรุ่งนี้ 30.30-30.40

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ที่ระดับ 30.38 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่า เล็กน้อยจากตอนเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 30.35 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันเคลื่อนไหวระหว่าง 30.34-30.41 บาท/ดอลลาร์

"เงินบาทอ่อนค่าเกาะกลุ่มไปกับภูมิภาค วันนี้มีแรงขายทำกำไรเงินหยวนนำ จากประเด็นสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโร นา ส่วนผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เป็นไปตามคาด และคดีเกี่ยวกับพรรคอนาคตใหม่" นักบริหารเงิน กล่าว

นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ไว้ระหว่าง 30.30 - 30.40 บาท/ดอลลาร์

  • * ปัจจัยสำคัญ
  • - เงินเยนอยู่ที่ระดับ 109.97 เยน/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่อยู่ที่ระดับ 110.05 เยน/ดอลลาร์
  • - เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1095 ดอลลาร์/ยูโร จากตอนเช้าที่อยู่ที่ระดับ 1.1088 ดอลลาร์/ยูโร
  • - ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,574.94 จุด ลดลง 14.17 จุด, -0.89% มูลค่าการซื้อขาย 76,619.73 ล้านบาท
  • - สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 637.71 ลบ.(SET+MAI)
  • - อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยกรณีที่มีข้อเสนอให้มีการขยายเวลาการยื่นและชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปี
2562 จากเดิมได้ถึงสิ้นเดือน มี.ค.63 ไปเป็นสิ้นเดือน มิ.ย.63 โดยเบื้องต้นเป็นการหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับ
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี แต่ทั้งนี้ยังไม่มีคำสั่งให้ดำเนินการ โดยการเลื่อนเวลาการยื่นและชำระภาษีบุคคล
ธรรมดาออกไปนั้น ในทางกฎหมายสามารถทำได้ แต่ต้องเป็นนโยบายจากรัฐบาลว่าจะให้กรมสรรพากรดำเนินการหรือไม่ เพราะจำ
ต้องออกเป็นกฎกระทรวง
  • - รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในไทย ปี 2562 ที่ผ่านมาเป็นไปในทิศทางที่ดี
โดยมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการที่ภาครัฐตระหนักถึงความสำคัญใน
เรื่องบรรยากาศที่ดีเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนจากต่างชาติ และการมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนและออกมาตรการอำนวยความ
สะดวกในการประกอบธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นได้จากข้อมูลการส่งเสริมการลงทุนของ BOI ที่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
โดยมีมูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศกว่า 500,000 ล้านบาท
  • - คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.ชายแดนภาคใต้ ยก อ.จะนะ จ.สงขลา เป็นเมืองต้น
แบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต คาดใช้เงินลงทุนประมาณ 18,680 ล้านบาท หวังเกิดการจ้างงานในพื้นที่ประมาณ 1 แสน
อัตรา
  • - โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) มี
มติเห็นชอบการเพิ่มทุนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) อีก 20,000 ล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อให้ ธ.ก.ส.
ได้ทำหน้าที่ในการพัฒนาเกษตรกร และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากได้ครบทุกมิติ
  • - ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กล่าวว่า การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
(ธปท.) ผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ให้มีความยืดหยุ่นขึ้นนั้น มองว่ายังไม่สามารถผลักดันการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยได้ เนื่อง
จากกำลังซื้อของประชาชนในปัจจุบันยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะจากหนี้สินครัวเรือนที่สูงถึง 79% ของผลผลิตมวลรวมในประเทศ
(GDP) และหนี้ครัวเรือนต่อรายได้ยังสูงถึง 220% ทำให้การจับจ่ายใช้สอยชะลอตัว แม้ว่ารัฐบาลจะมีการกระตุ้น และ ธปท.ผ่อน
คลายเกณฑ์ LTV ก็ตาม ซึ่งมองว่า LTV ที่ผ่อนคลายลงในครั้งนี้จะช่วยดูดซับซัพพลายอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในตลาดให้ลดลงได้เพียง
เล็กน้อย
  • - PwC เผยผลสำรวจความคิดเห็นซีอีโอเกือบ 1,600 คน จาก 83 ประเทศทั่วโลก ในการประชุม World
Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยพบว่า ซีอีโอทั่วโลกต่างแสดงมุมมองที่เป็นลบต่อเศรษฐกิจโลกสูงสุด
เป็นประวัติศาสตร์ โดยซีอีโอ 53% คาดการณ์ว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะลดลงในปี 2563 ซึ่งเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นจากผล
การสำรวจซีอีโอปี 2562 ที่ 29% และ 5% ในปี 2561
  • - สื่อต่างประเทศรายงานว่า มณฑลส่วนใหญ่ของจีนคาดว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจจะชะลอลงในปี 2563
  • - ธนาคารกลางญี่ปุ่น มีมติคงอัตราดอกเบี้ย ปริมาณการซื้อสินทรัพย์ และสัญญาณชี้นำล่วงหน้า (forward
guidance) พร้อมกับปรับเพิ่มคาดการณ์แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจปีงบประมาณ 2563 จาก 0.7% เป็น 0.9% ในการ
ประชุมวันนี้
  • - ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในวันนี้ โดยระบุว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะยังคงขยายตัว
ปานกลาง พร้อมกับให้คำมั่นว่า BOJ จะไม่ลังเลใจการเดินหน้าผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม หากจำเป็น

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ