ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 31.11 เกาะติดสถานการณ์ไวรัสโคโรนา หลัง WHO ประกาศภาวะฉุกเฉินหวังช่วยสกัดการแพร่ระบาด

ข่าวเศรษฐกิจ Friday January 31, 2020 09:10 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 31.11 เกาะติดสถานการณ์ไวรัสโคโรนา หลัง WHO ประกาศภาวะฉุกเฉินหวังช่วยสกัดการแพร่ระบาด

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 31.11 บาท/ดอลลาร์ จากช่วงเย็น วานนี้อยู่ที่ระดับ 31.16/18 บาท/ดอลลาร์

"ยังคงต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาต่อไป หลัง WHO ประกาศให้การแพร่ระบาดของเชื้อ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็น "ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของโลก" หลังจากเชื้อไวรัสดังกล่าวแพร่ระบาดไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก อย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังคงเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่จะสามารถยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาได้ แต่ก็ต้องติดตามต่อไปว่าจะควบ คุมสถานการณ์ได้เร็วแค่ไหน และในระยะสั้นนี้จำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นหรือคงที่"นักบริหารเงินระบุ

ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 31.11 เกาะติดสถานการณ์ไวรัสโคโรนา หลัง WHO ประกาศภาวะฉุกเฉินหวังช่วยสกัดการแพร่ระบาด

นักบริหารเงิน คาดว่า กรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทจะอยู่ระหว่าง 31.05-31.20 บาท/ดอลลาร์

THAI BAHT FIX 3M (30 ม.ค.) อยู่ที่ระดับ 1.01047% ส่วน THAI BAHT FIX 6M อยู่ที่ระดับ 0.96690%

  • * ปัจจัยสำคัญ
  • - เงินเยนอยู่ที่ระดับ 109.02 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่อยู่ที่ระดับ 108.85/88 เยน/ดอลลาร์
  • - เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1026 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่อยู่ที่ระดับ 1.1013/1018 ดอลลาร์/ยูโร
  • - อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 31.1980 บาท/ดอลลาร์
  • - "เงินบาท" ดิ่งหนักทำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบ 7 เดือน หลังนักลงทุนกังวลปัญหาแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา กระทบท่องเที่ยว
ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 31.11 เกาะติดสถานการณ์ไวรัสโคโรนา หลัง WHO ประกาศภาวะฉุกเฉินหวังช่วยสกัดการแพร่ระบาด
ไทย ฉุดยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดลดลง พบนักเก็งกำไรเร่งปิดสถานะเงินบาทส่งผลค่าเงินอ่อนเร็ว ประเมินแนวโน้มยังอ่อนค่าต่อเนื่อง
  • - นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วง 2 สัปดาห์จากนี้ จะเริ่มเห็นผลกระทบ
ที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจจากเหตุการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะผลที่เกิดขึ้นกับภาคการท่อง
เที่ยว ซึ่งมีสัดส่วนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) มากถึง 20% เบื้องต้นคาดว่าจะส่งผลสะเทือนต่อการจ้างงานในแรงงานภาคการ
ท่องเที่ยวทั้งโรงแรมที่พัก ภัตตาคาร และสายการบินมากถึง 10 ล้านคน เพราะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เป็นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติหลักจะ
เริ่มหยุดเดินทางก็ทำให้งานภาคบริการทั้งหมดหยุดชะงักไปด้วย
  • - ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชื่อจีนควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาไม่เกินสิ้นเดือน
เม.ย.63 หรือ 3 เดือน คาดกระทบนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคน คิดเป็นรายได้หายไป 1 แสนล้านบาท แต่เป็นกังวลหากยืด
เยื้ออาจต้องทบทวนผลกระทบใหม่ แต่ขณะนี้ยังย้ำเป้าปี 63 นักท่องเที่ยวต่างชาติ 40.8 ล้านคน แต่หวั่นรายได้พลาดเป้า เหตุบาทแข็ง งบ
ประมาณล่าช้า ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอ ยอมรับห่วง Fake news กระทบความมั่นใจคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เตรียมชง ครม.
เศรษฐกิจออกมาตรการเยียวยาเอกชน-แผนฟื้นเชื่อมั่นท่องเที่ยว
  • - ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ประเมินผลกระทบจาก 5 ปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจ
ไทยปี 63 ประกอบด้วยการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่กระทบต่อการท่องเที่ยวและทำให้ความต้องการซื้อสินค้าไทยลดลง
ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 และความล่าช้าของงบประมาณปี 63 โดยคาดว่าจะทำให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยถึง
226,700 ล้านบาท และมีผลให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยลดลงถึง 1.3% แต่ศูนย์ยังไม่ปรับลดประมาณการปี 63 จาก
เดิมที่ตั้งเป้าหมายขยายตัวที่ 2.8% เพราะต้องรอดูมาตรการรัฐบาลที่เข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบก่อน
  • - "ฟิทช์ เรทติ้งส์" เผย "แบงก์ไทย" ยอมรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้น สะท้อนผ่านการเข้าซื้อกิจการธนาคารอื่นในภูมิภาค เชื่อผล
จากการแข่งขันภายในประเทศที่รุนแรง สร้างแรงกดดันต่อผลดำเนินงาน ระบุการขยายธุรกิจในประเทศที่เครดิตต่ำ อาจส่งผลต่ออันดับ
ความแข็งแกร่งทางการเงินได้
  • - "กสิกรไทย" ทุ่ม 4.6 พันล้าน ประกาศซื้อหุ้นคืน จำนวนไม่เกิน 23.9 ล้านหุ้น หวังบริหารการเงิน พยุงราคาหุ้น เริ่ม
14-27 ก.พ.นี้
  • - องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็น "ภาวะฉุกเฉินด้าน
สาธารณสุขของโลก" หลังจากเชื้อไวรัสดังกล่าวแพร่ระบาดไปยังประเทศต่างๆทั่วโลกอย่างรวดเร็ว
  • - คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) แถลงยืนยันว่า ณ วันพฤหัสบดีที่ 30 ม.ค. จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคปอด
อักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน เพิ่มขึ้นเป็น 213 ราย ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสดังกล่าวอยู่ที่ 9,692 ราย
  • - ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงินเมื่อคืนนี้ โดย BoE มีมติ 7-2 เสียงให้คงอัตรา
ดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.75%

แถลงการณ์ของ BoE ระบุว่า เศรษฐกิจอังกฤษได้ฟื้นตัวขึ้น หลังการเลือกตั้งในเดือนธ.ค. ขณะที่เศรษฐกิจโลกมี เสถียรภาพ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า BoE ไม่มีแนวโน้มใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะนี้

นอกจากนี้ BoE คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจอังกฤษจะมีการขยายตัวเพียง 0.8% ในปีนี้ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤต การเงิน แต่จะฟื้นตัวในช่วงท้ายปี แตะระดับ 1.2% ในไตรมาส 4

ขณะเดียวกัน BoE เตือนว่า ความขัดแย้งทางการค้าในช่วงหลัง Brexit จะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว

  • - กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
(GDP) ประจำไตรมาส 4/2562 ที่ระดับ 2.1% สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยมีการขยายตัวในระดับเดียวกับไตร
มาส 3 ขณะที่ได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค รวมทั้งการใช้จ่ายในภาครัฐ
  • - กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 7,000 ราย สู่ระดับ
216,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 215,000 ราย
  • - ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (30 ม.ค.)
เนื่องจากนักลงทุนได้พากันเข้าซื้อเยนและฟรังก์สวิสซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา
สายพันธุ์ใหม่ที่เริ่มขึ้นในจีนและกำลังแพร่กระจายไปทั่วโลก
  • - สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (30 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตก

กังวลเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว โดยรายงานล่าสุดระบุว่า เชื้อไวรัสโคโรนาได้แพร่ลุกลามไปยังทุก

มณฑลของจีนแล้ว


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ