นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า หลังจากที่บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นของเกาหลีใต้เป็นไปอย่างคึกคักในช่วงครึ่งปีแรก ทำให้ตลาดมีแนวโน้มที่จะขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้น รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลง และแรงกดดันทางการเมืองที่แผ่วลง การให้คำมั่นของเกาหลีเหนือที่จะระงับโครงการนิวเคลียร์เพื่อแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการทูต รวมถึงการลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีกับเกาหลีใต้และสหรัฐนั้น นับเป็นปัจจัยหนุนให้ดัชนีคอมโพสิตพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยดัชนีทะยานขึ้น 21.5% ในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งการปิดบวกของดัชนีเป็นเวลา 15 สัปดาห์ติดต่อกัน ทำให้เป็นตลาดหุ้นเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ปิดบวกแข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย โดยได้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 1,807.85 จุด เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2550 นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตลาดมีแนวโน้มที่จะได้รับปัจจัยหนุนต่อเนื่องไปจนถึงในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นผลจากการคาดการณ์ด้านเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัทเอกชน โดยนักวิเคราะห์คาดว่าดัชนีคอมโพสิตจะพุ่งขึ้นแตะระดับ 2,000 จุด แม้ว่าแรงกดดันจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งในและต่างประเทศอาจเป็นอุปสรรคในการดันให้ดัชนีปิดพุ่งขึ้นเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในครึ่งปีแรกก็ ธอมสัน ไฟแนนเชียลรายงานว่า ในช่วงเดือนม.ค.-มิ.ย. 2550 ดัชนีคอมโพสิตปิดพุ่งขึ้น 309.14 จุด หรือ 21.5% แตะที่ 1,743.60 จุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่ดัชนี Kosdaq ปิดบวก 172.54 จุด หรือ 28.5% ปิดที่ 778.69 จุด ทั้งนี้ ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่คึกคักเป็นผลจากการที่นักลงทุนไม่ให้ความสนใจต่อราคาน้ำมันที่สูงขึ้น รวมทั้งการที่สกุลเงินวอนที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์และเงินเยนซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อการส่งออก แต่การขยายตัวของหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีที่มีผลประกอบการที่สดใสมาโดยตลอดนั้น ได้ช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เคลื่อนไหวในแดนบวกในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา