ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.50 จับตาสถานการณ์โควิดทั่วโลก-ในปท. ตลาดยังรอความชัดเจนปัจจัยตปท.หลายประเด็น

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday July 15, 2020 17:45 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.50 จับตาสถานการณ์โควิดทั่วโลก-ในปท. ตลาดยังรอความชัดเจนปัจจัยตปท.หลายประเด็น

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ที่ระดับ 31.50 บาท/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่ เปิดตลาดที่ระดับ 31.47/49 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันเคลื่อนไหวระหว่าง 31.435-31.565 บาท/ดอลลาร์

"วันนี้ขึ้นๆลงๆ สุดท้ายมาปิดใกล้ๆเปิดตลาดเมื่อเช้า ยังไม่มีปัจจัยใหม่ แต่หลักๆยังติดตามประเด็นสถานการณ์โควิด-19 ทั้ง ทั่วโลกและในประเทศไทย ความคืบหน้าเรื่องวัคซีน และคาดการณ์ว่าสุดสัปดาห์นี้ EU จะได้ข้อสรุปการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อ เยียวยาภาคเอกชนและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19" นักบริหารเงิน กล่าว

นักบริหารเงิน คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ไว้ระหว่าง 31.40-31.60 บาท/ดอลลาร์ โดยคืนนี้จะมี ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. จับตาสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯกับจีนหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามบังคับใช้ กฎหมายการคว่ำบาตรจีน และลงนามในคำสั่งของฝ่ายบริหาร เพื่อยุติการให้สถานะพิเศษแก่ฮ่องกงด้วย

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยนอยู่ที่ระดับ 106.92 เยน/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่อยู่ที่ระดับ 107.25/29 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.14315 ดอลลาร์/ยูโร จากตอนเช้าที่อยู่ที่ระดับ 1.1410/1415 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,354.31 จุด เพิ่มขึ้น 13.24 จุด, +0.99% มูลค่าการซื้อขาย 59,689.12 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 1,349.01 ลบ.(SET+MAI)
- ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) อยู่ระหว่างศึกษาการใช้เงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (Central Bank Digital
Currency) หรือ CBDC เพื่อนำมาใช้โอนเงินระหว่างบุคคลกับบุคคลโดยไม่ผ่านบัญชีธนาคารเหมือนในปัจจุบัน ซึ่งหลักการในเบื้องต้น จะมี
แพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่นในลักษณะกระเป๋าเงิน หรือวอลเลท และตั้งตัวกลางกระจายเงิน แต่วิธีใช้ต้องโอนตรงเข้าบุคคล เป็นการช่วยเพิ่ม
ทางเลือกในการโอนเงินให้ประชาชน
  • ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย (KTB) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังเผชิญ
ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนค่อนข้างมาก โดยเฉพาะความไม่แน่นอนของการกลับมาแพร่ระบาดโควิด-19 รอบสองในประเทศ หลัง
จากเกิดเหตุการณ์ทหารอียิปต์ติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อภาพรวมของเศรษฐกิจไทยเพิ่มเติม และเป็นปัจจัยที่
ไม่ได้รวมอยู่ในประมาณการเดิมของธนาคารที่คาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศราฐกิจไทย (GDP) ในปี 63 จะติดลบ 8.8%
  • ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำประจำเดือน ก.ค.63 อยู่ที่ 62.51 จุด ปรับเพิ่ม
ขึ้น 2.32 จุด หรือคิดเป็นที่ 3.86% จากระดับ 60.19 จุด ในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหนุนให้ดัชนีฯ ปรับเพิ่มขึ้นจากความไม่แน่
นอนของเศรษฐกิจโลก ความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย และสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยราคาทองคำยังคงมี
ความผันผวน เนื่องจากราคาแกว่งตัวในระดับสูง และเคลื่อนไหวใกล้กับระดับสูงสุดในรอบหลายปี
  • ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.1% และคงเป้าหมายอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล
อายุ 10 ปี ไว้ที่ระดับ 0% ในการประชุมวันนี้ พร้อมคาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะหดตัวลง 4.7% และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) จะลดลง
0.5% ในปีงบประมาณ 2563 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมี.ค.ปีหน้า เนื่องจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาด
  • ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้แถลงภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ว่า กิจกรรมในภาคส่วน
ต่างๆ ของระบบเศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มกลับมาดำเนินการอีกครั้งอย่างค่อยเป็นค่อยไป
  • กรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JTA) เปิดเผยในวันนี้ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเยือนญี่ปุ่นในเดือนมิ.
ย. มีอยู่ราว 2,600 ราย ทรุดตัวลง 99.9% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19
  • สมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) กล่าวว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในสหราช
อาณาจักรอาจมีลักษณะเป็นรูปตัว V ที่ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากผู้บริโภคยังวิตกกังวลกับการระบาดของโควิด-19 รวมถึงมาตรการเว้นระยะห่าง
ทางสังคม ตลอดจนการว่างงานที่เพิ่มขึ้น
  • สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับ
ตัวขึ้นสู่ระดับ 0.6% ในเดือนมิ.ย. จากระดับ 0.5% ในเดือนพ.ค. ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงแตะระดับ 0.4%
  • หนึ่งในคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจากผลกระทบของโรคโควิด-19 นั้น
มีแนวโน้มที่จะเป็นไปอย่างยากลำบาก และเฟดอาจจะต้องใช้เครื่องมือด้านนโยบายใหม่ ซึ่งได้แก่ การควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตร
(yield curve control) เพื่อช่วยหนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
  • ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ ได้แสดงความหวังว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังมีโอกาสฟื้นตัวสู่ระดับปกติ
ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า และอัตราการว่างงานก็มีโอกาสปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ

รับทราบและยอมรับ