ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 31.44 อ่อนค่าจากสัปดาห์ก่อนหลังดอลล์แข็ง ตลาดจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศ

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday September 8, 2020 09:20 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 31.44 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาด เย็นวันพฤหัสบดีที่ระดับ 31.36 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังมีแรงซื้อจากกรณีมีข่าวการ เจรจาเรื่อง Brexit ของอังกฤษกับสหภาพยุโรปยังไม่ลงตัว นอกจากนี้ตลาดยังจับตาดูสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ

"บาทอ่อนค่าจากเย็นวันพฤหัส หลังดอลลาร์แข็งค่า เนื่องจากมีแรงซื้อดอลลาร์ในตลาดโลกหลังมีข่าวการเจรจาเรื่อง Brexit ยังไม่ลงตัว" นักบริหารเงิน กล่าว

นักบริหารเงิน ประเมินกรอบเงินบาทวันนี้ไว้ระหว่าง 31.35-31.50 บาท/ดอลลาร์

THAI BAHT FIX 3M (3 ก.ย.) อยู่ที่ระดับ 0.35978% ส่วน THAI BAHT FIX 6M อยู่ที่ระดับ 0.36068%

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยนอยู่ที่ระดับ 106.27 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันพฤหัสที่อยู่ที่ระดับ 106.35 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1799 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันพฤหัสที่อยู่ที่ระดับ 1.1815 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 31.3410 บาท/
ดอลลาร์
  • ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ประเมินเงินบาทกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทสำหรับสัปดาห์นี้ (7-11 ก.ย.)
ที่ 31.10-31.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยสำคัญได้แก่ ปัจจัยทางการเมืองในประเทศ สถานการณ์โควิด-19 ในไทยและต่าง
ประเทศ และสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีน
  • 'สุริยะ'เผย กนอ.พร้อมรับนักลงทุนต่างชาติย้ายฐานการผลิตระลอกใหม่ มั่นใจนักลงทุนญี่ปุ่นเลือกไทย 'สุพัฒน
พงษ์'เล็งนำโรดโชว์ครั้งแรกต้นปีหน้า หลังปรับ ครม.ตู่ 2/2
  • รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ยังไม่มีนโยบาย
ผ่อนปรนมาตรการสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือมาตรการแอลทีวี เพิ่มเติม แม้จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจได้บ้างก็ตาม เพราะมองว่าการฟื้นตัว
ควรมาจากความต้องการของผู้บริโภคที่แท้จริงมากกว่า โดยการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจและช่วยเรื่องราย
ได้ดีกว่า เนื่องจากหากผู้ประกอบการไม่มีรายได้จากความต้องการที่แท้จริง สุดท้ายจะไม่ช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการ
ดังนั้นควรมีมาตรการที่ช่วยให้เกิดรายได้ขึ้นมาจะดีกว่า
  • อดีตขุนคลัง "สมหมาย ภาษี" ออกโรงแนะรัฐขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีแวต) 2% จาก 7% เป็น 9% หวังรายได้เพิ่ม
ขึ้น 1.2 แสนล้านบาท แก้ปัญหา โควิด-19 เตือนใช้เงินกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ผวาหนี้สาธารณะท่วมสูงเกิน 60% ต่อจีดีพีในปี'64
  • สทท.ประเมินหยุดยาว 4 วัน เงินสะพัด 7 พันล้าน แนวโน้มเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น แนะรัฐกระตุ้นต่อเนื่อง บขส.
จัดรถ 5.2 พันเที่ยวรองรับผู้โดยสารวันละ 1 แสนคน เดินทางกลับ
  • ผู้ว่าการ ททท.เผย รัฐบาลเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ออกวีซ่านักท่องเที่ยวแบบใหม่ STV ย่อมาจาก Special
Tourist Visa อยู่ได้ 90 วัน ต่อได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 90 วัน รวม 270 วัน เหมาะสำหรับการกักตัวและพำนักในระยะ
ยาว "พิพัฒน์" ยังไม่ได้ข้อสรุปจะให้ต่างชาติเข้ามาในภูเก็ตได้หรือไม่
  • ผู้อำนวยการใหญ่ของการอนามัยโลก (WHO) เตือนให้ประเทศทั่วโลกเตรียมความพร้อมสำหรับการแพร่ระบาดรอบ
ใหม่ของไวรัสโควิด-19 พร้อมกับเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ลงทุนด้านสาธารณสุขเพิ่มขึ้น
  • สำนักคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นปรับลดประมาณการตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2 ของ
ญี่ปุ่น หดตัวลง28.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี จากรายงานตัวเลขประมาณการเบื้องต้นซึ่งหดตัว 27.8%
  • ผลสำรวจของ FiveThirtyEight เมื่อวานนี้บ่งชี้ว่า นายโจ ไบเดน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจาก
พรรคเดโมแครตมีโอกาสชนะเลือกตั้ง 71.1% โดยคาดว่าเขาจะชนะคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College)
จำนวน 334 เสียง จากทั้งหมด 538 เสียง และนายไบเดนยังมีโอกาสชนะเลือกตั้งจากคะแนนสนับสนุนของประชาชน (popular
vote) เท่ากับ 84.1%
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐเปิดเผยในระหว่างการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบขาวว่า เขาจะลด
ระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐและจีน พร้อมกับขู่ว่าจะใช้มาตรการลงโทษบริษัทของสหรัฐที่ไปสร้างงานในต่าง
ประเทศ และจะกีดกันบริษัทที่เข้าไปลงทุนในประเทศจีนไม่ให้ได้รับสัญญาทางธุรกิจกับรัฐบาลกลางสหรัฐ
  • ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่สำคัญระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนส.ค. และจำนวนผู้
ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป และข้อมูล
เศรษฐกิจเดือนส.ค. ของจีนด้วยเช่นกัน

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ