บริษัท มาสด้า มอเตอร์ ประกาศลดคาดการณ์ผลกำไรในรอบปีซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มี.ค.2552 ลง 29% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงและเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นได้ฉุดผลประกอบการของบริษัทลดลง
ทั้งนี้ มาสด้าคาดว่า รายได้สุทธิของบริษัทในรอบปีซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มี.ค.2552 จะอยู่ที่ 5 หมื่นล้านเยน (509 ล้านดอลลาร์) เมื่อเทียบกับที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ที่ 7 หมื่นล้านเยน
โคจิ เอ็นโด นักวิเคราะห์ด้านอุตสาหกรรมรถยนต์จาก เครดิต สวิส ในญี่ปุ่น กล่าวว่า มาสด้ากำลังเผชิญสถานการณ์คล้ายกับฮอนด้า มอเตอร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่น ที่ปรับลดคาดการณ์ผลกำไรเนื่องจากวิกฤตการณ์สินเชื่อและเศรษฐกิจชะลอตัวได้ส่งผลให้ผู้บริโภคไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย นอกจากนี้ เงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโรและดอลลาร์ ยังฉุดกำไรของบริษัทร่วงลงกว่า 1 หมื่นล้านเยนในไตรมาสสอง
"อุตสาหกรรมรถยนต์อาจต้องเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากต่อเนื่องจนถึงปีหน้าเนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนผันผวนมาก และมาสด้าก็อยู่ในสถานะที่เปราะบางต่อการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน" เอ็นโดกล่าวในช่วงเช้าวันนี้ มาสด้าเปิดเผยรายได้สุทธิไตรมาส 2 ร่วงลง 45% แตะระดับ 1.45 หมื่นล้านเยน ขณะที่ยอดขายรถยนต์ในสหรัฐร่วงลง 27% ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นสถิติที่ร่วงลงหนักสุดในรอบ 12 ปี เนื่องจากภาวะสินเชื่อตึงตัวทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ยากขึ้น สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน