สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) เผยราคาบ้านในสหรัฐร่วงหนักสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพ.ย. อันเป็นผลมาจากตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐที่ทรุดลงและสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ราคาบ้านที่ลดลงอาจช่วยให้หลายครัวเรือนสามารถซื้อบ้านได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เนื่องจากมูลค่าบ้านและดอกเบี้ยที่ลดลงช่วยให้ค่าผ่อนบ้านลดลงหลายร้อยดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งถือเป็นการดึงดูดผู้บริโภคให้กลับเข้าสู่ตลาดได้เป็นอย่างดี
ดัชนี Standard & Poor`s/Case-Shiller 20-city housing index ร่วงลงกว่า 18.2% ในเดือนพ.ย.เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งถือว่าทรุดหนักสุดนับตั้งแต่ปี 2543 ในขณะที่ดัชนี 10-city index ร่วงลง 19.1% ในเดือนพ.ย. ซึ่งถือว่าร่วงหนักสุดในรอบ 21 ปี โดยดัชนีทั้งสองร่วงหนักเป็นประวัติการณ์ 23 เดือนติดต่อกันแล้ว
"อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาร่วมกับอัตราเงินเฟ้อ ดัชนีดังกล่าวก็ไม่ได้ร่วงหนักสุดเป็นประวัติการณ์" แพทริค นิวพอร์ท นักเศรษฐศาสตร์จากบริษัท ไอเอชเอส โกลบอล อินไซต์ กล่าว
ถึงกระนั้น ภาวะเศรษฐกิจถดถอยและอัตราว่างงานที่พุ่งสูงก็ทำให้ราคาบ้านไม่สามารถดีดตัวขึ้นได้ในระยะเวลาอันใกล้ โดยนิวพอร์ทคาดการณ์ว่า ราคาบ้านจะลดลงอีก 10 - 15% ในปีนี้
สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐเปิดเผยว่า ราคากลางของบ้านในสหรัฐลดลงมากสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 15% ในเดือนธ.ค. เหลือ 175,400 ดอลลาร์ เมื่อเทียบกับ 207,000 ดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่งผลให้ยอดขายบ้านเดือนธ.ค.พุ่งสูงเมื่อเทียบกับเดือนพ.ย.
ทั้งนี้ พื้นที่ที่ราคาบ้านร่วงลงมากที่สุดในสหรัฐคือ ฟีนิกซ์, ลาสเวกัส และ ซานฟรานซิสโก ซึ่งราคาบ้านร่วงลงกว่า 30% ในเดือนพ.ย. สำนักข่าวเอพีรายงาน