เงินยูโรแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สามเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์และเงินเยนในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตราโตเกียวเช้าวันนี้ จากกระแสคาดการณ์ถึงบรรยากาศการซื้อขายที่คึกคักในตลาดหุ้นเอเชีย ซึ่งช่วยกระตุ้นให้นักลงทุนต้องการเข้าถือครองสินทรัพย์ที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงมากขึ้น
นอกจากนี้ เงินยูโรยังไต่ระดับขึ้นเมื่อเทียบกับ 13 ใน 16 สกุลเงินที่ทำการซื้อขายในตลาดหลังมีความเป็นไปได้ว่าธนาคารกลางยุโรปจะชะลอการลดดอกเบี้ยลงสู่ระดับ 0% รวมถึงการซื้อพันธบัตร ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงหลังประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐแสดงความหวังว่าไครสเลอร์ แอลแอลซีจะมีทางออกในการควบกิจการกับเฟียต เอสพีเอเพื่อประคับประคองอุตสาหกรรมรถยนต์ของสหรัฐให้อยู่รอดต่อไปได้
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ณ เวลา 9:52 น.ตามเวลาโตเกียว เงินยูโรแข็งค่าขึ้นแตะ 1.3311 ดอลลาร์/ยูโรจากระดับ 1.3271 ดอลลาร์/ยูโร และพุ่งขึ้นสู่ระดับ 130.23 เยน/ยูโร จากระดับ 129.61 เยน/ยูโร ส่วนเงินเยนเทรดกันที่ระดับ 97.84 ดอลลาร์/เยน จากระดับ 97.66 ดอลลาร์/เยนเมื่อวานนี้
โอซามุ ทากาชิมา นักวิเคราะห์จากแบงก์ ออฟ โตเกียว มิตซูบิชิ ยูเอฟเจกล่าวว่า "ตลาดหุ้นที่พุ่งสูงขึ้นกระตุ้นให้นักลงทุนต้องการเข้าซื้อสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง ดังนั้นพวกเขาจึงเทขายเงินเยนออกมา"
โดยในวันนี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นทะยานขึ้น 3.9% ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเชีย MSCI Asia-Pacific Index เพิ่มขึ้น 1.9%