ปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์สำคัญในภูมิภาคอ่าว ปรับตัวลดลงอย่างมากเมื่อวันพุธ (5 ส.ค.) หลังกลุ่มฮูตีในเยเมนออกมาอ้างว่าโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย
ข้อมูลจากเคปเลอร์ (Kpler) ระบุว่า มีเรือเพียง 2 ลำที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันดังกล่าว ลดลงจาก 8 ลำในวันก่อนหน้า โดยหนึ่งในนั้นเป็นเรือบรรทุกถ่านหินที่ชักธงปานามา และอีกลำเป็นเรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ภายใต้ธงหมู่เกาะมาร์แชลล์
รายงานระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซมีเรือเดินผ่านเฉลี่ยวันละราว 130-140 ลำ ก่อนเกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งส่งผลให้อิหร่านประกาศปิดช่องทางเดินเรือดังกล่าว
ส่วนช่องแคบบับเอลมันเดบ พบเรือสินค้าเดินผ่านเพียง 1 ลำในวันพุธ ลดลงจาก 20 ลำในวันก่อนหน้า โดยเป็นเรือบรรทุกสินค้าภายใต้ธงบาฮามาส
ปริมาณการเดินเรือที่ชะลอลงเกิดขึ้นหลังกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ออกมาอ้างว่า ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียนอกชายฝั่งเมืองยันบู ซึ่งเป็นเมืองท่าริมทะเลแดงของซาอุฯ รวมถึงโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอีกลำในอ่าวเอเดน
ทั้งนี้ กลุ่มฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียในทะเลแดงตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้การที่ซาอุดีอาระเบียปิดล้อมเยเมน ขณะที่รัฐบาลซาอุดีอาระเบียปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์