บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ในสหรัฐ รวมถึง ทาร์เก็ต คอร์ป, แซคส์ อิงค์ และโฮม ดีโปท์ รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ดีเกินคาดหลังจากเดินหน้าใช้นโยบายปรับลดต้นทุนการดำเนินงาน ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยหนุนตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้
ทาร์เก็ต คอร์ป ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐรายงานว่า ผลกำไรไตรมาส 2 ลดลง 6.3% แตะที่ 594 ล้านดอลลาร์ หรือ 79 เซนต์ต่อหุ้น แต่มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 66 เซนต์ต่อหุ้น
ขณะที่แซคส์ อิงค์ รายงานว่าตัวเลขขาดทุนสุทธิของบริษัทอยู่ที่ 54.5 ล้านดอลลาร์ หรือ 39 เซนต์ต่อหุ้น แต่ดีกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ที่ 52 เซนต์ต่อหุ้น
การเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาดของทาร์เก็ต คอร์ป และแซคส์ อิงค์ มีขึ้นหลังจากโฮม ดีโปท์ อิงค์ บริษัทค้าปลีกอุปกรณ์เครื่องใช้เกี่ยวกับบ้านรายใหญ่สุดของสหรัฐ เผยผลกำไรสุทธิของบริษัทในไตรมาสสองร่วงลงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลกำไรปีงบการเงิน 2552 หลังจากที่บริษัทได้ดำเนินการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลง
ทั้งนี้ ผลกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 2 สิงหาคมของโฮม ดีโปท์ อยู่ที่ 1.12 พันล้านดอลลาร์ หรือ 66 เซนต์ต่อหุ้น ลดลง 7.2% จากระดับ 1.2 พันล้านดอลลาร์ หรือ 71 เซนต์ต่อหุ้นในปีก่อน ซึ่งถ้าไม่รวมค่าใช้จ่ายในการปิดธุรกิจเอ็กซ์โปของบริษัท กำไรจะเพิ่มขึ้นมาเป็น 67 เซนต์ต่อหุ้น ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่ากำไรของโฮม ดีโปท์ น่าจะอยู่ที่ 59 เซนต์ โดยเมื่อเดือนม.ค. โฮม ดีโปท์ ประกาศแผนการปิดศูนย์ออกแบบเอ็กซ์โป 34 แห่ง
ทอม ชิน นักวิเคราะห์จากบริษัท Telsey Advisory Group กล่าวว่า "บริษัทค้าปลีกในสหรัฐพยายามลดต้นทุนการดำเนินงานเพื่อให้อยู่รอดได้ในยามที่เศรษฐกิจโลกเผชิญกับวิกฤตการณ์ ซึ่งจนถึงขณะนี้บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่หลายแห่งยังคงมีระบบบริหารจัดการที่ดี รวมถึงการจัดการด้านต้นทุนผลิตภัณฑ์ การตลาด แรงงาน และอสังหาริมทรัพย์"
บลูมเบิร์กรายงานว่า รายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาดของโฮม ดีโปท์, ทาร์เก็ต คอร์ป และแซคส์ อิงค์ เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้น 82.60 จุด หรือ 0.90% ปิดที่ 9,217.94 จุดเมื่อคืนนี้