EPFR Global ซึ่งเป็นองค์กรที่ติดตามความเคลื่อนไหวของกองทุนทั่วโลกเปิดเผยว่า กองทุนรวมหุ้น หรือ อิควิตี้ ฟันด์ (Equity Funds) ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก ขาดทุนอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนส.ค.และเป็นสถิติที่ขาดทุนหนักที่สุดในปีนี้ โดยเฉพาะอิควิตี้ ฟันด์ในจีนที่ขาดทุนสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2551 เป็นต้นมา
"อิควิตี้ ฟันด์ ที่เข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ทั่วโลกขาดทุน 946 ล้านดอลลาร์ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 19 ส.ค. ส่วนอิควิตี้ ฟันด์ในเอเชีย (ยกเว้นญี่ปุ่น) ขาดทุน 810 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นสถิติที่ขาดทุนหนักสุดในรอบ 24 สัปดาห์ ขณะที่อิควิตี้ ฟันด์ในละตินอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา มีกำไรปานกลาง" EPFR Global กล่าวดัชนี MSCI Emerging Markets Index มีแนวโน้มร่วงลง 1.6% ในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นสถิติที่ดิ่งลงหนักสุดในรอบ 5 วันซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 10 ก.ค. โดยในสัปดาห์นี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตร่วงลง 4.7% ซึ่งเป็นการร่วงลงติดต่อกัน 3 สัปดาห์ และกลายเป็นตลาดหุ้นที่ร่วงลงหนักสุดในโลกเดือนนี้
EPFR Global ยังกล่าวด้วยว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของจีนเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ดึงดูดอิควิตี้ ฟันด์ให้เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดหุ้นจีน แต่หลังจากมีข้อมูลบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนซบเซาลงและดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนดิ่งลงติดต่อกันหลายวัน กลุ่มอิควิตี้ ฟันด์จำนวนมากพากันย้ายฐานการลงทุนออกจากตลาดหุ้นหลายแห่งในเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไต้หวัน บลูมเบิร์กรายงาน