เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเป็นวันที่ 4 เมื่อเทียบกับเงินยูโรในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตราโตเกียวเช้าวันนี้ ท่ามกลางความกังวลเรื่องการควบคุมการผลิตส่วนเกินของจีนที่อาจสร้างแรงบีบคั้นต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและตลาดหุ้นในภูมิภาค ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวกระตุ้นให้นักลงทุนต้องการถือครองสินทรัพย์ที่ปลอดความเสี่ยง
เงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินที่ทำการซื้อขายในตลาด เนื่องจากนักลงทุนเริ่มปลีกตัวออกจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงก่อนที่ญี่ปุ่นจะเปิดเผยอัตราว่างงานในสัปดาห์นี้ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์และเศรษฐกิจสหรัฐอาจทรุดตัวลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเบื้องต้น
เงินดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงเป็นวันที่ 3 เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐหลังจากที่น้ำมันดิบปรับตัวลดลง ซึ่งบั่นทอนความต้องการสกุลเงินของประเทศผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์
โทชิยะ ยามาอูจิ นักวิเคราะห์จากอูเอดะ ฮาร์โลว์ กล่าวว่า "ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายของจีน ที่ตั้งเป้าควบคุมการขยายตัวในตลาดสินเชื่อจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อตลาด นอกจากนี้ ตลาดหุ้นจีนอาจเผชิญกับอุปสรรค ซึ่งอาจทำให้สกุลเงินที่ปลอดความเสี่ยงแข็งค่าขึ้นในระยะนี้"
บลูมเบิร์กรายงานว่า ณ เวลา 09:38 น.ตามเวลาท้องถิ่นในโตเกียว เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวที่ 1.4232 ต่อยูโรจากระดับ 1.4255 ต่อยูโร ส่วนเงินเยนอยู่ที่ระดับ 133.74 ต่อยูโร จากระดับ 134.36 ต่อยูโร ด้านเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเทียบเยนที่ระดับ 93.98 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 94.26 เยน/ดอลลาร์
ส่วนเงินดอลลาร์ออสเตรเลียอยู่ที่ระดับ 82.59 เซนต์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับ 82.84 เซนต์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีจีนกำลังศึกษาถึงการควบคุมกำลังการผลิตที่สูงเกินความต้องการในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมเหล็ก ซีเมนต์ ในช่วงที่เจ้าหน้าที่กำหนดนโนบายควบคุมการขยายตัวของเม็ดเงินลงทุนอันเป็นผลจากการปล่อยสินเชื่อสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ชี้ว่า จีนเป็นฟันเฟืองสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเอเชีย ดังนั้นคณะรัฐมนตรีจึงต้องพิจารณาควบคุมเม็ดเงินลงทุน ซึ่งจะยิ่งทำให้นักลงทุนชะลอการซื้อสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง และหันไปถือครองเงินเยนและเงินดอลลาร์กันมากขึ้น