ดัชนีดาวโจนส์ทรุดตัวลงกว่า 600 จุด หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐจะโจมตีอิหร่านอย่างหนักอีกครั้งในวันนี้ (10 มิ.ย.) เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านให้ยอมรับข้อตกลงสันติภาพของสหรัฐ
ณ เวลา 23.34 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 50,254.58 จุด ลบ 617.53 จุด หรือ 1.21%
'เราโจมตีพวกเขาอย่างหนักเมื่อวานนี้ และเราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนักอีกครั้งในวันนี้ เราจะโจมตีพวกเขาอย่างต่อเนื่องและรุนแรงมาก' ปธน.ทรัมป์กล่าวที่ทำเนียบขาวโดยมีการถ่ายทอดสดทางเครือข่ายสถานีโทรทัศน์ในสหรัฐ
ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า อิหร่านควรลงนามในข้อตกลง โดยสหรัฐต้องการข้อตกลงที่มีความหมายและสามารถใช้ได้จริง
'เราจะรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับข้อตกลงนี้' ปธน.ทรัมป์กล่าว
ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันนี้ ระบุว่า สหรัฐกำลังประสบความสำเร็จในการใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน จนทำให้อิหร่านไม่สามารถหารายได้ และกำลังกลายเป็นรัฐล้มเหลว
นอกจากนี้ สำนักข่าว Fox News รายงานในวันนี้ว่า ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขาอาจสั่งให้กองทัพสหรัฐทำการโจมตีเพิ่มเติมต่อโรงไฟฟ้าและสะพานของอิหร่าน เนื่องจากอิหร่านใช้เวลานานเกินไปในการบรรลุข้อตกลง
ต่อคำถามเกี่ยวกับการโจมตีของอิหร่านต่อฐานทัพสหรัฐในจอร์แดน คูเวต และบาห์เรน ซึ่งเป็นการตอบโต้ต่อการโจมตีของสหรัฐต่อเป้าหมายในอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซนั้น ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า อิหร่านเคยมีโอกาสที่จะลงนามในข้อตกลงและอยู่รอดได้ แต่ตอนนี้เขาอาจเดินหน้าสั่งโจมตีอิหร่าน เนื่องจากการเจรจาดำเนินไปอย่างล่าช้า
นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการที่สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สูงสุดในรอบ 3 ปี ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนพ.ค.ในวันนี้
ทั้งนี้ ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 4.2% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2566 และสอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 3.8% ในเดือนเม.ย.
ดัชนี CPI ได้รับแรงหนุนจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นในเดือนพ.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนพ.ค. สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.6% ในเดือนเม.ย.
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 2.8% ในเดือนเม.ย.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.3% จากระดับ 0.4% ในเดือนเม.ย.
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อยู่ในช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 16-17 มิ.ย.
ทั้งนี้ นายเควิน วอร์ช จะทำหน้าที่ประธานการประชุม FOMC เป็นครั้งแรกในการประชุมครั้งนี้ และจะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นการประชุม โดยนายวอร์ชจะชี้แจงเหตุผลของเฟดในการตัดสินใจกำหนดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ พร้อมทั้งส่งสัญญาณถึงทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในปีนี้
กฎระเบียบของเฟดได้ระบุห้ามเจ้าหน้าที่เฟดแสดงความเห็นหรือให้สัมภาษณ์ในช่วง Blackout Period เกี่ยวกับนโยบายการเงิน โดยเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่สองก่อนที่การประชุม FOMC จะเริ่มขึ้น และสิ้นสุดในวันพฤหัสบดีหลังการประชุม FOMC เพื่อป้องกันไม่ให้สาธารณชนตีความว่าเป็นการบ่งชี้การดำเนินการด้านอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมนโยบายการเงินที่จะมาถึง
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 98.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 16-17 มิ.ย.
นอกจากนี้ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนักเกือบ 70% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนธ.ค.