บริษัทในภาคอุตสาหกรรมของจีนมีผลกำไรลดลงในอัตราที่ช้าลง หลังเศรษฐกิจจีนเริ่มฟื้นตัวอันเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายและอัตราการปล่อยกู้ที่มากเป็นประวัติการณ์ในช่วงครึ่งแรกของปี
สำนักงานสถิติรายงานว่า รายได้สุทธิของภาคอุตสาหกรรมลดลง 10.6% ในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคมเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แตะ 1.67 ล้านล้านหยวน (2.45 แสนล้านดอลลาร์) ส่วนกำไรลดลง 22.9% ในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม
ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนประจำปีนี้ หลังผลผลิตภาคอุตสาหกรรม การทำสัญญาซื้อขายบ้าน และยอดขายรถปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนเตือนว่าภาคอุตสาหกรรมยังคงอยู่ในช่วงอันตราย และภาคการส่งออกที่ซบเซาจะยังไม่ฟื้นตัวในเร็ววันนี้
รัฐบาลจีนตั้งเป้าให้เศรษฐกิจขยายตัว 8% ในปีนี้เพื่อหวังสร้างงาน เนื่องจากไม่ต้องการให้สังคมที่มีประชากรสูงสุดในโลกขาดเสถียรภาพ โดยเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีเหวิน เจียเป่า ยืนยันว่ารัฐบาลจะยังไม่เลิกใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการเงินในตอนนี้
ทั้งนี้ ข้อมูลในเบื้องต้นได้มาจากการสำรวจบริษัทในหลายอุตสาหกรรม อาทิ เหล็กกล้า เคมีภัณฑ์ ไฟฟ้า โทรคมนาคม และเหมืองแร่ เป็นต้น สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน