เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นเปิดเผยว่า การประชุม 7 ชาติมหาอำนาจด้านอุตสาหกรรม หรือ กลุ่ม G7 ที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่เมืองอิสตัลบลู ประเทศตรุกีนั้น วาระการประชุมจะมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาภาวะไร้ดุลยภาพด้านการค้าของโลก และจะหารือกันในขอบข่ายเศรษฐกิจระดับมหภาค รวมถึงประเด็นค่าเงิน
การประชุมรอบนี้อาจใช้เวลาสั้นๆเพียง 3 ชั่วโมง ซึ่งคาดว่ารมว.คลังและผู้ว่าการธนาคารกลุ่ม G7 จะอภิปรายเกี่ยวกับการเตรียมยุติการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเวลาที่เหมาะสม เมื่อทุกฝ่ายเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวขึ้นแล้ว นอกจากนี้ คาดว่าผู้นำกลุ่ม G7 จะให้คำมั่นสัญญาว่าจะร่วมกันฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างยั่งยืน และจะไม่ยุติการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร็วเกินไป ทั้งนี้ก็เพื่อให้สอดคล้องกับข้อตกลงที่มีขึ้นในที่ประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 ที่เมืองพิตต์สเบิร์ก สหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆนี้
นักลงทุนในตลาดจับตาดูการประชุม G7 อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นของเหล่าผู้นำ เพื่อดูว่าที่ประชุมจะกำหนดทิศทางตลาดปริวรรตเงินตราอย่างไร หลังจากค่าเงินหลายสกุลผันผวนอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา และหลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.1% ในปีพ.ศ.2553 ซึ่งเป็นสถิติที่ขยายตัวรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 2.1% ส่วนในปีนี้คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะหดตัวลงเพียง 1.1% ซึ่งดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะหดตัว 1.4%
อย่างไรก็ตาม แม้ที่ประชุม G7 จะอภิปรายในประเด็นค่าเงิน แต่นายฮิโรอิชิ ฟูจิอิ รมว.คลังญี่ปุ่นยืนยันในวันนี้ว่า เขาจะไม่แตะต้องประเด็นเงินเยนแข็งค่าในที่ประชุม G7 อย่างแน่นอน เพราะไม่ต้องการสร้างความผันผวนในตลาดปริวรรตเงินตรา แต่จะอธิบายให้ที่ประชุม G7 ทราบถึงนโยบายเศรษฐกิจและการเมืองของญี่ปุ่น โดยจะมุ่งเน้นนโยบายการกระตุ้นดีมานด์ภายในประเทศ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า หลังจากการประชุม G7 ที่เมืองอิสตัลบลูเสร็จสิ้นลงในวันเสาร์นี้ ไอเอ็มเอฟและธนาคารโลกจะจัดประชุมประจำปีเป็นเวลา 2 วันคือระหว่างวันที่ 6-7 ก.ย. ที่เมืองอิสตัลบูลเช่นกัน