ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในวันนี้ หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ณ เวลา 22.12 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.27% สู่ระดับ 100.214 ขณะที่ดอลลาร์ดีดตัว 0.16% สู่ระดับ 1.152 เทียบยูโร และอ่อนค่า 0.03% สู่ระดับ 160.48 เยน
นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ หลังวานนี้สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สูงสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่ในวันนี้ มีการเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 98.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 16-17 มิ.ย.
นอกจากนี้ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนักเกือบ 70% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนธ.ค.
ดอลลาร์ยังได้รับอานิสงส์จากแรงซื้อสกุลเงินปลอดภัย ขณะที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงันของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านแถลงในวันนี้ว่า การโจมตีครั้งใหม่ของสหรัฐต่ออิหร่านได้ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างทั้งสองประเทศที่บรรลุเมื่อเดือนเมษายน "ไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง"
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขู่โจมตีอิหร่านอย่างหนักในคืนนี้ และสหรัฐจะเตรียมเข้ายึดเกาะคาร์ก และควบคุมตลาดน้ำมันและก๊าซของอิหร่านทั้งหมดในเร็ว ๆ นี้
สำนักข่าว Fars ซึ่งเป็นสื่อทางการของอิหร่าน รายงานในวันนี้ว่า อิหร่านจะพิจารณาว่าบริษัททั้งหมดของนายอีลอน มัสก์ ที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในตะวันออกกลาง ถือเป็นเป้าหมายทางการทหาร ขณะที่อิหร่านทำการโจมตีตอบโต้สหรัฐ
นอกจากนี้ รายงานระบุว่า อิหร่านกำลังมุ่งเป้าไปที่ผลประโยชน์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางเศรษฐกิจซึ่งบริหารจัดการโดยนายอีลอน มัสก์ในเอเชียตะวันตก รวมทั้งสถานีภาคพื้นดินแห่งหนึ่งของ Starlink ในภูมิภาค