เงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตราโตเกียวเช้านี้ หลังจากที่ทางการสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกระตุ้นให้นักลงทุนต้องการถือครองสกุลเงินที่ปลอดความเสี่ยงอย่างสกุลเงินเยนของญี่ปุ่น
นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ร่วงลงเมื่อเทียบกับเงินยูโรเป็นวันที่ 2 หลังจากรัฐมนตรีคลังของกลุ่มประเทศจี7 แสดงความเห็นต่อการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์พร้อมทั้งชี้ว่า การแกว่งตัวผันผวนของสกุลเงินดังกล่าวเป็นภัยคุกคามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งการแข็งค่าของเงินเยนได้บดบังการส่งสัญญาณของรัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นที่ว่า รัฐบาลจะเข้าแทรกแซงสกุลเงินหากเงินเยนเคลื่อนตัวในทิศทางที่ไม่สมดุล
บลูมเบิร์กรายงานว่า ณ เวลา 08:38 น.ตามเวลาโตเกียว เงินเยนแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 89.66 ต่อดอลลาร์ จากระดับ 89.81 ต่อดอลลาร์ และเคลื่อนไหวที่ 130.84 ต่อยูโรจากระดับ 130.90 ต่อยูโร และเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะที่ 1.4594 ต่อยูโร จากระดับ 1.4576 ต่อยูโร
"เนื่องจากนักลงทุนลดความต้องการถือครองสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง พวกเขาจึงหันไปลงทุนในสกุลเงินเยนกันมากขึ้น" ดานิก้า แฮมป์ตัน นักวิเคราะห์จากแบงก์ ออฟ นิวซีแลนด์กล่าว
ด้านนักวิเคราะห์จาก Fjord Capital Inc. กล่าวว่า ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอเป็นปัจจัยที่ช่วยตอกย้ำกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำ ขณะที่ธนาคารประเทศอื่นๆอาจเริ่มทยอยขึ้นดอกเบี้ย
ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า อัตราว่างงานเดือนก.ย.พุ่งขึ้น 9.8% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกย.ตกลงไปถึง 263,000 ตำแหน่ง นับเป็นสถิติที่สูงกว่ายอดเดือนส.ค.ที่ 201,000 ตำแหน่ง