ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปิดเผยในรายงานประเมินความคืบหน้าทางเศรษฐกิจและการเงินรายเดือนในวันนี้ว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่น "เริ่มฟื้นตัวขึ้น" แล้ว โดยอัตราการลงทุนในภาคสาธารณะ ยอดส่งออก และการผลิตในทุกภาคส่วนปรับฐานขึ้น ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม บีโอเจเตือนว่า อัตราการอุปโภคบริโภคและการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงอ่อนแอ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัวค่อนข้างช้า
ในด้านเศรษฐกิจโลกนั้น บีโอเจมีมุมมองที่เป็นบวก โดยคาดว่ายอดส่งออกและปริมาณการผลิตทั่วโลกจะฟื้นตัวขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจโลกเริ่มแข็งแกร่งขึ้น แต่คาดว่ายอดนำเข้าจะย่ำฐานทรงตัว
นายมาซาอากิ ชิรากาว่า ผู้ว่าการบีโอเจเปิดเผยว่า บีโอเจจะยังคงนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำไปอีกระยะหนึ่งเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ไม่ว่าบีโอเจจะยุติการใช้มาตรการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบหรือไม่ก็ตาม
"ไม่ว่าเราจะยุติการใช้มาตรการอัดฉีดสภาพคล่องผ่านการเข้าซื้อตราสารหรือไม่ก็ตาม บีโอเจจะยังคงนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง และเราจะยังคงใช้นโยบายผ่อนปรนด้วยการจัดหาสภาพคล่องเพื่อพยุงเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวต่อไปด้วย" นายชิรากาว่ากล่าวในการประชุมคณะกรรมการบีโอเจเมื่อวานนี้ บีโอเจมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ระดับเดิมที่ 0.1% ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบีโอเจยังไม่ตัดสินใจเรื่องการยุติโครงการซื้อตราสารหนี้ภาคเอกชน ก่อนที่โครงการดังกล่าวจะหมดอายุลงในปลายปีนี้
ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บีโอเจเริ่มเข้าซื้อตราสารหนี้ภาคเอกชนและตราสารหนี้เพื่อการพาณิชย์จากสถาบันการเงิน พร้อมกับปล่อยเงินกู้ให้กับภาคเอกชนเพื่อกระตุ้นเงินทุนหมุนเวียน หลังจากภาคการเงินของญี่ปุ่นถูกกระทบอย่างหนักจากวิกฤตการณ์การเงิน สำนักข่าวซินหัวรายงาน