รัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของพรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่น (ดีพีเจ) เผยรายงานการประเมินเศรษฐกิจรอบเดือนเป็นครั้งแรกหลังจากรับช่วงการบริหารประเทศต่อจากรัฐบาลชุดก่อนว่า เศรษฐกิจเริ่มกระเตื้องขึ้น แต่ประเด็นเรื่องอัตราว่างงานที่อยู่ในระดับสูงยังคงเป็นปัญหาใหญ่ต่อเศรษฐกิจ
รายงานการประเมินเศรษฐกิจรายเดือนฉบับล่าสุดของคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นยังคงอยู่ที่ระดับเดิมเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน แม้ว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเข้ามารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยรัฐบาลได้เตือนถึงความเปราะบางทางเศรษฐกิจเมื่อช่วงที่ผ่านมาโดยให้รายละเอียดว่า "แม้เศรษฐกิจจะขยายตัวดีขึ้นแล้ว แต่เศรษฐกิจยังขาดปัจจัยหนุนและยังต้องเผชิญกับสถานการณ์อันเลวร้าย เช่นอัตราว่างงานที่อยู่ในระดับสูง"
นอกจากนี้ รัฐบาลได้ปรับทบทวนการประเมินสถานการณ์ด้านการส่งออกและนำเข้า แต่ยังคงอัตราการประเมินการใช้จ่ายผู้บริโภคและการลงทุนภาคเอกชนไว้ที่ระดับเดิม
โดยภาคธุรกิจส่งออกเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน เนื่องจากมีการส่งชิ้นส่วนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าในกลุ่มเคมีภัณฑ์ไปยังประเทศจีนมากขึ้น ส่วนการนำเข้าเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน พร้อมกันนี้รัฐบาลยังได้ปรับเพิ่มอัตราการประเมินความเชื่อมั่นภาคเอกชนเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือนเช่นกัน เนื่องจากภาพรวมภาคเอกชนดีขึ้น แต่การขยายตัวในกลุ่มบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมยังคงอยู่ในระดับต่ำ
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังไม่มั่นใจว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจในประเทศจะเป็นไปอย่างยั่งยืนในช่วงที่อุปสงค์ต่างประเทศเริ่มฟื้นตัวขึ้นและการใช้จ่ายภาครัฐจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นให้รอดพ้นจากภาวะถดถอยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 10 ปี
ทั้งนี้ รายงานแนวโน้มระยะสั้นระบุว่า เศรษฐกิจจะยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่จะเผชิญกับความเสี่ยงในส่วนของสถานการณ์ด้านการจ้างงานที่ยังย่ำแย่ พร้อมทั้งเตือนถึงเรื่องผลกระทบในเชิงลบที่มีต่อตลาดเงิน หลังจากที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ในช่วงก่อนหน้านี้ สำนักข่าวเกียวโดรายงาน