นักวิเคราะห์ออกโรงแนะจีนยุติมาตรการกระตุ้นศก. เพื่อแก้ปัญหาภาวะไร้สมดุล

ข่าวต่างประเทศ Thursday November 5, 2009 12:52 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักวิเคราะห์ออกโรงแนะจีนควรยุติมาตรการกระตุ้นทางการเงิน เพื่อแก้ปัญหาภาวะไร้สมดุลในระบบเศรษฐกิจและเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหนี้เสียจากการปล่อยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ในประเทศ

นักวิเคราะห์จากบริษัทอเบอร์ดีน แอสเสท แมเนจเมนท์ กล่าวว่า "รัฐบาลจีนกำลังกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านช่องทางการปล่อยเงินกู้ของธนาคารในประเทศ ซึ่งจะทำให้ตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ไต่ระดับสูงขึ้น หลังจากที่รัฐบาลยุติการใช้มาตรการกระตุ้นแล้ว ซึ่งปัญหาดังกล่าวอาจกินเวลานาน 3-5 ปี ซึ่งเราคิดว่าจีนน่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจมาพอ แต่รัฐบาลยังต้องการให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

การแสดงความเห็นของนักวิเคราะห์ในครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่ธนาคารโลกกล่าววานนี้ว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของจีนควรหลีกเลี่ยงมิให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้นเผชิญกับภาวะฟองสบู่ หลังจากที่ได้ปล่อยเงินกู้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ไปถึง 1.27 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ โดยจีนจำเป็นต้องปรับสมดุลทางเศรษฐกิจโดยเน้นที่การบริโภคและการบริการภายในประเทศ มากกว่าที่จะพึ่งการลงทุนและภาคอุตสาหกรรม

บลูมเบิร์กรายงานว่า ในปีนี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนไต่ระดับขึ้น 72% หลังจากที่ทางการจีนออกแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ 5.86 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมทั้งปรับลดสัดส่วนสำรองเงินสดของธนาคาร และปรับลดดอกเบี้ยกู้ยืมระยะ 1 ปีลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี โดยยอดปล่อยเงินกู้ล็อตใหม่ของจีนในช่วงครึ่งแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 3 เท่าแตะที่ 7.37 ล้านล้านหยวนจากปีก่อนหน้านี้ เนื่องจากรัฐบาลได้ผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการขอเงินกู้เพื่อกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งดีดตัวแตะระดับ 8.9% ในไตรมาสที่ผ่านมา

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการกำกับดูแลธุรกิจธนาคารของจีนเปิดเผยถึงแผนการเพิ่มความเข้มงวดด้านการออกเงินกู้ส่วนบุคคลเพื่อป้องกันมิให้มีผู้กู้เงินเพื่อเก็งกำไร โดยอัตราเงินกู้ผู้บริโภคช่วงครึ่งปีแรกปรับตัวขึ้น 51% จากปีที่ผ่านมา แตะที่ 6.508 แสนล้านหยวน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ