รายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เมื่อวันที่ 16-17 มี.ค.ที่ผ่านมาชี้ว่า ทาดาโอะ โนดะ และมิยาโกะ สึดะ สมาชิกบีโอเจ ไม่เห็นด้วยกับการขยายโครงการปล่อยเงินกู้ในการประชุมเมื่อเดือนที่แล้ว เนื่องจากการดำเนินการดังกล่าวไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น
ที่ประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 17 มี.ค.ได้ลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.1% สอดคล้องกับที่ได้มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ และยังได้เพิ่มวงเงินกู้ให้กับธนาคารพาณิชย์เป็น 20 ล้านล้านเยน โดยมีเป้าหมายที่จะสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการหยุดยั้งภาวะเงินฝืด
สึดะ กล่าวว่า การยกระดับนโยบายด้านการเงินนั้น ไม่ได้ช่วยยืนยันว่าเป็นการดำเนินการที่ถูกต้อง นอกจากนั้น อาจทำให้ตลาดมองว่า แบงค์ชาติไม่มีจุดยืน แต่จะใช้นโยบายตามที่ตลาดได้คาดการณ์ไว้ ซึ่งสวนทางกับสมาชิกรายอื่นของบอร์ดบีโอเจ
โดยบอร์ดหลายรายของแบงค์ชาติญี่ปุ่น กล่าวว่า การขยายขอบเขตโครงการนั้นช่วยตอกย้ำถึงจุดยืนของแบงค์ในการมีส่วนร่วมในการรักษาระดับการขยายตัวทางเศรษฐกิจไว้ รวมทั้งการแก้ปัญหาเงินฝืด นอกจากนี้ บอร์ดบางรายยังมองว่า การขยายวงเงินกู้อาจจะช่วยชดเชยโครงการปล่อยกู้ไม่จำกัดจำนวนที่ได้หมดอายุลงในวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมาด้วย
ทั้งนี้ แบงค์ชาติญี่ปุ่นยังระบุด้วยว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแบงค์ชาติจะยังคงใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป เพื่อรับประกันเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงที่ญี่ปุ่นยังเผชิญกับภาวะเงินฝืด
แบงค์ชาติญี่ปุ่นยังต้องใช้เวลาในการสังเกตการณ์ต่อไปถึงผลพวงที่เกิดขึ้นจากการใช้มาตรการผ่อนคลายหลังจากที่ประชุมเมื่อ 3 สัปดาห์ที่แล้วได้ตัดสินใจขยายระยะเวลาโครงการเงินกู้ระยะเวลา 3 เดือนแก่ธนาคาร ก่อนที่จะตัดสินใจใช้มาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติมดังกล่าว