คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมเอเชียแปซิฟิกแห่งสหประชาติ (UNESCAP) เปิดเผยในรายงาน "Economic and Social Survey of Asia and the Pacific 2010" ว่า เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มขยายตัวในอัตรา 7% ในปี 2553 โดยคาดว่าจีนจะมีบทบาทสำคัญในการหนุนภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ด้วยอัตราการขยายตัวที่คาดว่าจะอยู่ที่ 9.5% ในปีนี้
อย่างไรก็ตาม นางโนลีน เฮเซอร์ เลขาธิการ UNESCAP กล่าวให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวว่า จีนยังคงเผชิญความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่ออัตราการขยายตัวดังกล่าว พร้อมกับแนะให้จีนบริหารจัดการเงินเฟ้อและภาวะฟองสบู่ในสินทรัพย์ โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงประเด็นค่าเงินหยวน
"นี่เป็นเวลาสำหรับจีน ที่ไม่เพียงแต่พึ่งพามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาลเท่านั้น แต่ยังต้องทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างยั่งยืน" นางโนลีน เฮเซอร์ เลขาธิการ UNESCAP กล่าว
ทั้งนี้ UNESCAP แนะนำให้ประเทศในเอเชียเพิ่มความเข้มงวดในการใช้มาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้า เนื่องจากกระแสเงินทุนไหลเข้ากำลังส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อและภาวะฟองสบู่ด้านสินทรัพย์ โดยกล่าวว่ากลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชียแปซิฟิกมีสภาพคล่องหนาแน่นขึ้น ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้จะทำให้สกุลเงินแข็งค่าขึ้น อีกทั้งก่อให้เกิดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและนำไปสู่ภาวะฟองสบู่ด้านสินทรัพย์ในที่สุด ด้วยเหตุนี้รัฐบาลในประเทศเอเชียจึงควรเพิ่มความเข้มงวดในการใช้มาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้า