เงินยูโรอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2549 และร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ที่ซื้อขายกันในตลาดปริวรรตเงินตราช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจากเทรดเดอร์กังวลว่า วิกฤตหนี้สินในยุโรปจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคดังกล่าว
นอกจากนี้ เงินยูโรยังได้รับปัจจัยลบจากกระแสคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ว่า ข้อมูลความเชื่อมั่นผู้บริโภคของเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรปนั้นจะปรับตัวลดลงในเดือนนี้
ด้านเงินดอลลาร์ออสเตรเลียเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนก่อนที่ธนาคารกลางจะเปิดเผยรายงานหลังการประชุมเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ซึ่งที่ประชุมดังกล่าว นายเกล็น สตีเวนส์ ผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลียได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยขึ้นสู่ระดับ 4.5%
ณ เวลา 9:55 น.ตามเวลาท้องถิ่นในโตเกียว เงินยูโรอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.2347 ดอลลาร์/ยูโร จากระดับ 1.2395 ดอลลาร์/ยูโรที่ตลาดนิวยอร์กวานนี้ และร่วงลงสู่ระดับ 114.22 เยน/ยูโร จากระดับ 114.77 เยน/ยูโร ส่วนเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวที่ 92.52 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 92.59 เยน/ดอลลาร์
เงินดอลลาร์ออสเตรเลียทรุดตัวลง 0.3% แตะที่ 87.48 เซนต์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากเมื่อวานนี้ที่เคลื่อนไหวในระดับ 86.86 เซนต์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย
นักวิเคราะห์กล่าวว่า การเตรียมใช้มาตรการรัดเข็มขัดของบางประเทศในยุโรปนั้นถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามการขยายตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศยูโรโซน และทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลง ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่าสกุลเงินดังกล่าวจะยังคงเผชิญช่วงขาลงต่อไปอีกในการซื้อขายครั้งต่อไป
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา สเปนได้ประกาศแผนควบคุมการใช้จ่ายเงินงบประมาณครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี ก่อนที่โปรตุเกสจะประกาศมาตรการเดียวกันในเวลาต่อมา ซึ่งแผนการดังกล่าวจะส่งผลกระทบให้ค่าจ้างแรงงานลดลง แต่จะมีการเก็บภาษีมากขึ้น ขณะที่รัฐบาลอิตาลีอาจใช้มาตรการพิเศษในการลดค่าใช้จ่ายสาธารณะ เช่นเดียวกับฝรั่งเศสที่เตรียมยื่นแผนการใช้จ่ายและการจัดเก็บภาษีต่อคณะกรรมาธิการยุโรปในสัปดาห์นี้