ออสเตรเลียเปิดเผยดุลบัญชีการค้าเดือนเม.ย.ซึ่งอยู่ในภาวะเกินดุลเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี หลังยอดส่งออกในช่วงเวลาดังกล่าวทะยานขึ้น 11%
สำนักงานสถิติออสเตรเลียรายงานว่า ดุลบัญชีสินค้าและบริการของออสเตรเลียเกินดุลอยู่ 134 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เมื่อเทียบกับยอดขาดดุลที่มีการทบทวนในระดับ 2.04 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลียเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดว่าในเดือนเม.ย.ออสเตรเลียอาจมียอดขาดดุลเหลือเพียง 800 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เนื่องจากคาดการณ์ว่า ยอดส่งออกของออสเตรเลียจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากราคาสัญญาสินค้าโภคภัณฑ์ที่พุ่งสูงทั้งในส่วนของถ่านหินและสินแร่เหล็ก
โดยดัชนีราคาสินค้าโภคภัณฑ์ของธนาคารคอมมอนเวลธ์ แบงก์ ออฟ ออสเตรเลียทะยานขึ้นเกือบ 24% ในเดือนเม.ย.
อย่างไรก็ตาม ยอดส่งออกของออสเตรเลียที่ซบเซาในไตรมาสแรกได้ส่งผลกระทบต่อดุลบัญชีการค้าของออสเตรเลียในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งตัวเลขดังกล่าวหดตัวลง 0.5% จากการขยายตัวของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)
เวยน์ สวอน รัฐมนตรีคลังออสเตรเลียกล่าวว่า ปริมาณการส่งออกที่ลดลงนั้นมีสาเหตุจากพายุไซโคลนและปัญหาน้ำท่วมในควีนสแลนด์ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ถ่านหินหลายล้านตันยังคงติดค้างอยู่ที่ท่าเรือ
อย่างไรก็ตาม สวอนกล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งหากออสเตรเลียไม่เผชิญกับปัญหาน้ำท่วม ยอดส่งออกโดยรวมในไตรมาสแรกจะปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่มูลค่าการนำเข้าในเดือนเม.ย.ยังคงทรงตัวจากเดือนมี.ค.