บิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ (Microsoft) ได้ชี้แจงต่อสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ในวันพุธ (10 มิ.ย.) ว่า ความสัมพันธ์นอกสมรสของเขานั้น "ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ" กับการติดต่อปฏิสัมพันธ์ระหว่างเขากับเจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักการเงินผู้ล่วงลับ และเอปสตีนได้พยายามแบล็กเมลเขาโดยใช้ข้อมูลลับดังกล่าว
เกตส์ระบุในแถลงการณ์ที่จัดเตรียมไว้ล่วงหน้าก่อนเข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ว่า "เมื่อพิจารณาจากข้อมูลที่มีการเปิดเผยในเอกสาร เอปสตีนพยายามใช้ข้อมูลเกี่ยวกับความไม่ซื่อสัตย์ในชีวิตคู่ของผม และเรื่องโกหกอีกมากมายที่เขากุขึ้นมา เพื่อกดดันให้เขากลับไปติดต่อกับเอปสตีนอีกครั้ง"
เกตส์เปิดเผยว่า เขารู้สึกเสียใจที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเอปสตีน แต่ยังคงยืนยันหนักแน่นว่าเขา "ไม่เคยทำให้ใครตกเป็นเหยื่อ"
"ผมไม่เคยเห็นและไม่มีสิ่งใดที่บ่งชี้ว่า เอปสตีนกำลังกระทำความผิดทางอาญาอย่างต่อเนื่อง ผมไม่เคยเดินทางไปเกาะของเขา ไร่ของเขา หรือบ้านของเขาในรัฐฟลอริดาเลย" เกตส์ระบุรายงานจากสื่อของสหรัฐฯ ระบุว่า เกตส์พบกับเอปสตีนครั้งแรกในปี 2554 ซึ่งเป็นเวลา 3 ปีหลังจากที่เอปสตีนยอมรับสารภาพผิดตามข้อหาของรัฐกรณีจัดหาผู้เยาว์เพื่อการค้าประเวณี โดยทั้งสองได้พบปะกันหลายครั้งจนถึงปี 2557
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เอปสตีนถูกจับกุมในเดือนก.ค. 2562 ในข้อหาค้ามนุษย์ทางเพศระดับรัฐบาลกลาง และถูกพบว่าเสียชีวิตภายในห้องขังของเขาในเดือนถัดมา
หนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีท เจอร์นัล (WSJ) รายงานว่า มีการตรวจพบข้อมูลการติดต่อมากกว่า 1,000 ครั้งที่เกี่ยวข้องกับเกตส์ มูลนิธิของเขา หรือผู้ที่ทำงานให้เขาในเอกสารคดีเอปสตีนความหนาราว 3 ล้านหน้าที่เปิดเผยโดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ
ในการไต่สวนแบบปิดเมื่อวันพุธ ซึ่งสมาชิกรัฐสภาได้ซักถามเกตส์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเอปสตีน เป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนเกี่ยวกับการดำเนินคดีของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ต่อเอปสตีนและบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับเขา
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการได้ทำการไต่สวนอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน และฮิลลารี คลินตัน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงโฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ เกี่ยวกับกรณีเอปสตีนมาแล้ว โดยคาดว่าจะมีพยานบุคคลเพิ่มเติมเข้าให้การเป็นพยานในสัปดาห์ต่อ ๆ ไป