รัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายนาโอโตะ คัง นายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยนโยบายการบริหารด้านการเงินในระยะยาว โดยระบุถึงแผนการบรรลุเป้าหมายในการมียอดเกินดุลเบื้องต้นในปีงบประมาณ 2563 และเริ่มลดหนี้ของรัฐบาลลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีงบประมาณ 2564
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า กรอบการดำเนินงานในระยะกลางไปจนถึงปี 2559 นั้น รัฐบาลวางแผนที่จะกำหนดงบการใช้จ่ายให้อยู่ต่ำกว่าระดับประมาณ 71 ล้านล้านเยน ซึ่งเป็นระดับตัวเลขที่ได้มีการวางแผนสำหรับปีงบประมาณ 2553 และหนุนการออกพันธบัตรรัฐบาลชุดใหม่มีมูลค่าต่ำกว่า 44 ล้านล้านเยน สำหรับปีงบประมาณล่าสุดที่เริ่มต้นตั้งแต่เดือนเม.ย.เป็นต้นไป
รัฐบาลยังตั้งเป้าที่จะปฏิรูประบบการจัดเก็บภาษี ซึ่งมีทั้งภาษีการบริโภค และเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันรับภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับการรักษาความมั่นคง และการขยายตัวผ่านการปฏิรูปเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลให้คำมั่นว่าจะยังคงควบคุมการใช้จ่ายที่สิ้นเปลือง
อย่างไรก็ดี จากการประเมินสถานการณ์ ญี่ปุ่นยังไม่มีแนวโน้มที่จะเกินดุลได้ในอีก 10 ปีข้างหน้า หากไม่มีการขึ้นภาษีการขายจากระดับปัจจุบันที่ 5% ตลอดจนการหาแหล่งเงินอื่นๆ แม้ว่ารัฐบาลจะได้ใช้ยุทธศาสตร์การเติบโตที่ได้มีการประกาศไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก้ตาม
ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นซึ่งพยายามที่จะป้องกันไม่ให้ญี่ปุ่นต้องเดินตามรอยกรีซนั้น ได้เปิดเผยแผนการณ์ปฏิรูปด้านการเงินก่อนที่นายกรัฐมนตรีคังจะเดินทางไปยังแคนาดา เพื่อร่วมการประชุมสุดยอด G-20 และการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาที่จะมีการจัดขึ้นในวันที่ 11 ก.ค.นี้