ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดิ่งลงกว่า 400 จุด หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แสดงความไม่พอใจต่อการที่อิหร่านใช้เวลาเจรจาข้อตกลงสันติภาพนานเกินไป และขู่ที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่ต่ออิหร่าน
ณ เวลา 18.30 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 439 จุด หรือ 0.86% สู่ระดับ 50,470 จุด
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันนี้ ระบุว่า อิหร่านใช้เวลานานเกินไปในการเจรจาข้อตกลง และขณะนี้จะต้องชดใช้
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้น หลังจากกองกำลังสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านวานนี้ เพื่อตอบโต้ต่อการที่อิหร่านยิงเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของสหรัฐตกก่อนหน้านี้
'กองทัพของอิหร่านอยู่ในสภาพเละเทะอย่างสิ้นเชิง โดยส่วนใหญ่ของกองทัพ เช่น กองทัพเรือและกองทัพอากาศ แทบไม่ได้ดำรงอยู่อีกต่อไป พวกเขาพ่ายแพ้อย่างราบคาบ'
'อิหร่านเอาแต่พูด แต่ไม่มีการกระทำ'
'นักเลงแห่งตะวันออกกลางได้ตายไปแล้ว!!!'
'พวกเขาใช้เวลานานเกินไปในการเจรจาข้อตกลง ซึ่งเดิมทีอาจเป็นข้อตกลงที่ดีมากสำหรับพวกเขา แต่ตอนนี้พวกเขาจะต้องชดใช้!!!' ปธน.ทรัมป์ระบุ
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในคืนวันนี้ รวมทั้งการเปิดตัวซื้อขายหุ้นของบริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ของนายอีลอน มัสก์ ในวันศุกร์
ทั้งนี้ การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ของ SpaceX จะเป็นหนึ่งในการทำ IPO ที่มีมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และอาจเป็นบททดสอบครั้งสำคัญที่สุดของตลาดต่อกระแสการประเมินมูลค่าบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)
กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนพ.ค.ในวันพุธ
ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 4.2% ในเดือนพ.ค. จากระดับ 3.8% ในเดือนเม.ย.
เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนพ.ค. จากระดับ 0.6% ในเดือนเม.ย.
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.8% ในเดือนเม.ย.
เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนพ.ค. จากระดับ 0.4% ในเดือนเม.ย.
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อยู่ในช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 16-17 มิ.ย.
ทั้งนี้ นายเควิน วอร์ช จะทำหน้าที่ประธานการประชุม FOMC เป็นครั้งแรกในการประชุมครั้งนี้ และจะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นการประชุม โดยนายวอร์ชจะชี้แจงเหตุผลของเฟดในการตัดสินใจกำหนดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ พร้อมทั้งส่งสัญญาณถึงทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในปีนี้
กฎระเบียบของเฟดได้ระบุห้ามเจ้าหน้าที่เฟดแสดงความเห็นหรือให้สัมภาษณ์ในช่วง Blackout Period เกี่ยวกับนโยบายการเงิน โดยเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่สองก่อนที่การประชุม FOMC จะเริ่มขึ้น และสิ้นสุดในวันพฤหัสบดีหลังการประชุม FOMC เพื่อป้องกันไม่ให้สาธารณชนตีความว่าเป็นการบ่งชี้การดำเนินการด้านอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมนโยบายการเงินที่จะมาถึง
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 98.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 16-17 มิ.ย.
นอกจากนี้ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนักเกือบ 70% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนธ.ค.