ผลสำรวจจากกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเผย ผู้ประกอบการภาคการผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่นเกือบ 40% มีแผนย้ายฐานการผลิต หรือเปลี่ยนศูนย์กลางด้านการพัฒนาสินค้าไปยังต่างประเทศ หากเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 85 เยน
ขณะเดียวกันผลสำรวจยังระบุด้วยว่า การที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์นั้นอาจส่งผลกระทบให้บริษัทราว 65% มีผลกำไรลดลง ขณะที่การแข็งค่าของเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินยูโรอาจส่งผลกระทบให้บริษัทราว 50% เผชิญปัญหาในลักษณะเดียวกัน
นายมาซายูกิ นาโอชิม่า รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจฯ กล่าวว่า การแข็งค่าของเงินเยนจะสร้างปัจจัยลบต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และอาจทำให้เกิดช่องโหว่ในภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในระยะกลางถึงระยะยาว เนื่องจากการแข็งค่าของเงินเยนจะบดบังทิศทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ที่ขับเคลื่อนด้วยภาคการส่งออก
สำนักข่าวเกียวโดรายงานอ้างผลสำรวจที่ระบุว่า 14% ของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมการผลิตคาดว่า การแข็งค่าของเงินเยนจะทำให้ผลกำไรของบริษัทร่วงลงอย่างหนัก ขณะที่ 51% ระบุว่าการแข็งค่าของเงินเยนจะส่งผลให้กำไรปรับตัวลดลงอยู่บ้าง และเมื่อสอบถามความเห็นในกรณีที่เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 85 เยนเป็นเดือนที่ 6 นั้น สัดส่วนของผู้ตอบแบบสอบถามที่เชื่อว่าจะเผชิญกับวิกฤตผลกำไรที่ดิ่งลงอย่างรุนแรง ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 30%
นอกจากนี้ ผลสำรวจดังกล่าวยังเตือนถึงภาวะการแข็งค่าของเงินเยนที่อาจยืดเยื้อยาวนาน ซึ่งอาจทำให้ภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเผชิญช่องโหว่ในการดำเนินธุรกิจเร็วขึ้น โดย 39% ของผู้ผลิตระบุว่า พวกเขาอาจย้ายโรงงานหรือศูนย์กลางการผลิตไปยังต่างประเทศ ขณะที่ 61% กล่าวว่าจะขยายสัดส่วนการผลิตในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทญี่ปุ่น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ และสินค้าอื่นๆที่เป็นที่ต้องการของตลาดเกิดใหม่ ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ยากลำบากยิ่งขึ้นในต่างประเทศ เนื่องจากเงินวอนเกาหลีใต้ที่อ่อนค่า
ทั้งนี้ กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นได้จัดทำผลสำรวจดังกล่าวโดยสอบถามความเห็นจากบริษัทต่างๆ ราว 200 แห่งในระหว่างวันที่ 11-24 สิงหาคม ซึ่งในจำนวนนี้เป็นบริษัทในภาคการผลิตราว 70 แห่ง