"จีเอ็ม" เผยยอดขายทั่วโลกในปี 2552 ร่วงลง 10.6% แตะ 7.48 ล้านคัน

ข่าวต่างประเทศ Thursday April 8, 2010 13:05 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

เจนเนอรัล มอเตอร์ส คอมพานี (จีเอ็ม) เผยยอดขายรถทั่วโลกในปี 2552 ร่วงลง 10.6% จากปีก่อนหน้านี้แตะที่ 7.48 ล้านคัน

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า จีเอ็มซึ่งก่อตั้งขึ้นใหม่เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2552 ภายหลังจากการได้มาซึ่งสินทรัพย์ส่วนใหญ่และหนี้สินบางส่วนของบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ที่ได้พิทักษ์ล้มละลายไปเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2552 นั้น ได้รายงานยอดขายทุนสุทธิในไตรมาส 4 ของปี 2552 ที่ 3.44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับตัวเลขขาดทุนสุทธิที่ 9.60 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อนหน้านี้

ขณะเดียวกัน จีเอ็มรายงานยอดขายรถทั่วโลกในรอบบัญชีตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม ถึง 31 ธันวาคมปี 2552 ที่ระดับ 5.75 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่บริษัทมียอดขาดทุนสุทธิทั้งสิ้น 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

"ผลประกอบการในปี 2552 แสดงให้เห็นว่าเรายังมีงานใหญ่ที่ต้องทำ แต่ผมยังเชื่อมั่นว่า บริษัทจะมีโอกาสทำกำไรได้ในปีนี้ นอกจากนั้นแล้ว เรายังยึดมั่นต่อนโยบายการที่มีต่อผู้ถือหุ้น และขอยืนยันว่าบริษัทจะเร่งสะสางหนี้ต่อกระทรวงการคลังสหรัฐและองค์การพัฒนาการส่งออกแห่งประเทศแคนาดา ซึ่งอย่างช้าที่สุดน่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายนปีนี้" คริส ลิดเดลล์ รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของจีเอ็ม กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากการเปิดเผยยอดขายและรายงานผลประกอบการล่าสุดของจีเอ็ม ส่งผลให้จีเอ็มกลายเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่สุดอันดับ 4 ในแง่ยอดขายตามหลังนิสสัน มอเตอร์ โค, เรโนลต์ เอสเอ และแดมเลอร์ เอจีที่ได้ประกาศการทำข้อตกลงเป็นหุ้นส่วนร่วมกันเมื่อวานนี้

ทั้งนี้ นิสสัน เรโนลต์ และแดมเลอร์ มียอดขายจากทั่วโลกรวมกันในปี 2552 อยู่ที่ประมาณ 7.64 ล้านคัน ซึ่งน้อยกว่ายอดขายของบริษัทร่วมทุนโฟล์คสวาเกนและซูซูกิที่ 8.62 ล้านคัน รวมถึงยอดขายของโตโยต้าที่ 7.81 ล้านคัน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ