กระทรวงสาธารณสุขสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เปิดเผยในวันอาทิตย์ (7 มิ.ย.) ว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาที่ได้รับการยืนยันแล้วในคองโกพุ่งขึ้นแตะ 515 ราย โดยมีผู้เสียชีวิตแล้ว 91 ราย พร้อมเตือนว่าเชื้อยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง และมีความเสี่ยงที่จำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มสูงขึ้นอีกหากไม่มีการเร่งบังคับใช้มาตรการควบคุมโดยเร็ว
กระทรวงฯ ได้รายงานความคืบหน้าโดยระบุว่า มีผู้ป่วยได้รับการรักษาจนหายดีเพิ่มขึ้นอีก 3 ราย ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยที่รักษาหายรวมเป็น 12 ราย นับข้อมูลถึงวันที่ 6 มิ.ย.
รายงานระบุว่า พบผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อจำนวน 117 ราย ขณะที่ผู้ป่วยอีก 283 ราย ยังคงอยู่ระหว่างการกักตัวหรือรักษาตัวในโรงพยาบาล
รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันแล้วจำนวนมากเริ่มแสดงอาการระหว่างวันที่ 14-23 พ.ค. ซึ่งบ่งชี้ถึง "การปนเปื้อนที่เพิ่มขึ้นจากแหล่งแพร่เชื้อร่วมที่น่าจะเป็นไปได้" โดยมีผู้ติดเชื้อสูงสุดในวันที่ 18 พ.ค. นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันแล้วอีกกลุ่มหนึ่งเริ่มแสดงอาการระหว่างวันที่ 25 พ.ค. - 3 มิ.ย. ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของโรคและอาจกลายเป็น "แหล่งสะสมเชื้อที่สำคัญ"
"จำนวนผู้ติดเชื้ออาจเพิ่มมากขึ้น หากไม่มีการดำเนินมาตรการที่เหมาะสมอย่างเร่งด่วน" รายงานระบุรายงานชี้ว่า การรับมือกับการระบาดยังคงมีอุปสรรคขัดขวางจากระบบการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดที่ยังอ่อนแอ การต่อต้านของคนในชุมชนต่อการตรวจศพเพื่อหาเชื้อ ศักยภาพที่จำกัดของศูนย์รักษาโรคอีโบลาที่ได้มาตรฐาน การขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ตลอดจนงบประมาณจำกัด
สำหรับอัตราการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดโดยรวมใน 3 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบอยู่ที่ 50.3% ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 95% อยู่มาก
ศักยภาพของห้องปฏิบัติการยังคงเผชิญกับแรงกดดัน โดยยังคงมีผลการตรวจหาเชื้ออีก 193 รายการที่อยู่ระหว่างการรอผล เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนน้ำยาตรวจวิเคราะห์ในจังหวัดนอร์ทคีวู
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การแพร่ระบาดในปัจจุบัน ซึ่งมีสาเหตุมาจากไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียว (Bundibugyo) ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการโดยกระทรวงฯ เมื่อวันที่ 15 พ.ค.