SSC นัดประชุมผถห.อีกครั้ง 15 ก.พ.54 รอผลคุยเป๊ปซี่ฯ,"สมชาย"บริหารต่อ

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday December 14, 2010 13:23 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ที่ประชุมผู้ถือหุ้น บมจ.เสริมสุข(SSC) ในวันนี้ได้เลื่อนการพิจารณารับทราบรายงานผลการเจรจาแก้ไขสัญญาระหว่างบริษัทกับกลุ่มเป๊ปซี่-โคล่า(ไทย) เทรดดิ้ง และแผนธุรกิจในอนาคตออกไป เพื่อรอผลการเจรจากับทางเป๊ปซี่ฯ เนื่องจากเป๊ปซี่ฯ ยื่นฟ้องร้องต่อศาลแพ่งให้เพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2553 ของ SSC เนื่องจากถูกตัดสิทธิไม่ให้ลงมติออกเสียงในวาระที่เกี่ยวกับการแก้ไขสัญญา

นายสมชาย บุลสุข ประธานคณะกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ SSC กล่าวว่า จะกำหนดวันประชุมผู้ถือหุ้นครั้งใหม่ไม่เกิน 15 ก.พ.54 เนื่องจากขั้นตอนการเจรจาแก้ไขสัญญาและแผนธุรกิจกับเป๊ปซี่ยังไม่มีข้อยุติ

คุณหญิงสุดาชา กีระนันท์ กรรมการอิสระ กล่าวว่า การเจรจาคณะกรรรมการเจรจาที่มีตนเองร่วมด้วย กับกรรมการคนอื่น ๆ ได้แก่ นายสุจินต์ หวั่งหลี, ตัวแทนจากกลุ่มเป๊ปซี่ฯ และนายสมชาย ยังอยู่ระหว่างการนำเสนอข้อมูลและเจรจาแผนธุรกิจระหว่างกัน ซึ่งมีรายละเอียดมากกว่าที่คาดเอาไว้ และจะต้องมีการเจรจากันอีกมาก แต่คาดว่าการเจรจาน่าจะเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์แรกของเดือน ม.ค.54

ทั้งนี้ เชื่อว่าจะมีข้อสรุปของคณะเจรจาออกมา ซึ่งทำให้ไม่ต้องต่อสู้กันในชั้นศาลจนถึง 3 ศาล น่าจะมีการเจรจาระหว่างกันได้ และมีข้อยุติ ขณะที่ศาลได้นัดไต่สวนคดีระหว่างเป๊ปซี่และ SSC ในวันที่ 17 ม.ค.54 ก็จะมีการดำเนินการทางกฎหมายควบคู่ไปกับการเจรจา เชื่อว่าการดำเนินการทางกฎหมายอาจไม่จำเป็น หากเรามีข้อสรุปที่ดีระหว่างกัน

ขณะที่ฝ่ายกฎหมายของเป๊ปซี่ฯ กล่าวว่า หากการเจรจาไม่เป็นที่สิ้นสุดก็จะต้องใช้กระบวนการยุติธรรรมเป็นทางออก และทางกลุ่มเป๊ปซี่ฯ พร้อมจะต่อสู้จนถึงที่สุด

นายสมขาย ยังกล่าวถึงการขายหุ้นให้กับบริษัท เอสเอส เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด ที่ทำคำเสนอซื้อ(เทนเดอร์ ออฟเฟอร์) หุ้น SSC ว่า เป็นการสวมหมวกในฐานะนักลงทุนที่พอใจกับราคาเสนอซื้อหุ้น SSC ที่ 42 บาท/หุ้น และที่ปรึกษาทางการเงินอิสระให้คำแนะนำเป็นราคาที่เหมาะสมกับพื้นฐานของบริษัท

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากลุ่มบุลสุขจะขายหุ้นออกมาให้กับเอสเอสฯ แต่ก็ยังคงการบริหารงานอยู่ตามเดิม เพราะเป้าหมายดำเนินงานไม่ได้เปลี่ยนปลง ซึ่งที่ผ่านมาเอสเอสฯ ก็ระบุในการทำเทนเดอร์ฯ ว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารและคงรักษาการดำเนินงานที่จะทำให้บริษัทได้ประโยชน์สูงสุดเอาไว้ ซึ่งที่ผ่านมาตนเองบริหาร SSC มา 42-43 ปี มีการสร้างทีมบริหารที่ดีและต่อเนื่อง

ส่วนผู้ถือหุ้นใหม่จะส่งตัวแทนเข้ามาคณะกรรมการหรือไม่ เป็นเรื่องในอนาคต

นายสมชาย กล่าวอีกว่า โดยส่วนตัวยังไม่เคยคุยหรือพบกับตัวแทนของทางเอสเอสฯ เลย และไม่รู้จักนายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของธุรกิจเบียร์ช้างเป็นการส่วนตัว จึงไม่รู้ว่ากลุ่มเอสเอสฯ จะเกี่ยวข้องกับนายเจริญหรือไม่

"ผมมีหมวก 3 ใบในการทำหน้าที่ในเสริมสุข คือ 1 หมวกในฐานะผู้บริหาร 2 หมวกในฐานะนักลงทุนและ share holder ซึ่งการขายหุ้นก็เป็นเพราะผมเห็นว่าเป็นราคาที่เหมาะสม และยังสามารถบริหารงานอยู่ในบริษัทได้

ส่วนหมวกอีกใบอยู่ในฐานะกรรมการที่ยังคงดำเนินงานอย่างเต็มที่เพื่อร่วมในการเจรจากับเป๊ปซี่เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดกับผู้ถือหุ้นและตัวบริษัท เชื่อว่าการเจรจายังคงมีต่อไป และจะได้เป้าหมายตามที่เราวางไว้ ผมไม่ต้องการให้นำเรื่องการขายหุ้นและเรื่องการเจรจากับเป๊ปซี่มารวมกัน"นายสมชาย กล่าว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ