(เพิ่มเติม) TTCL ร่วมทุนต่างชาติ 3 รายขยายธุรกิจ,รอผลประมูลกว่า 7 หมื่นลบ.หวัง 30%

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday August 3, 2011 17:21 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสุวิทย์ มโนมัยยานนท์ กรรมการบริหารและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสฝ่ายขาย บมจ.โตโย-ไทย คอร์ปอเรชั่น(TTCL)เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาร่วมทุนกับต่างชาติ 3 รายเพื่อรับงานในต่างประเทศเพิ่ม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมพลังงานและเคมีภัณฑ์ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนรวม 1-2 พันล้านบาท

บริษัทคาดว่ารายได้ในปี 55 จะกลับมาที่ 1 หมื่นล้านบาทเช่นเดียวกับปี 52 จากในปี 54 ที่คาดว่าจะมีรายได้ 7 พันล้านบาท หรือเติบโต 40% จากปีก่อนที่มีรายได้ 5 พันล้านบาท

"ผมมองว่าในปีหน้า รายได้จะกลับไปเหมือนปี 52 ที่มีรายได้ 1 หมื่นล้านบาท ปีก่อนเรามีรายได้ 5 พันกว่าล้านบาท ซึ่งถือว่าลดลงมาก เพราะได้รับผลกระทบจากมาบตาพุด จึงทำให้รู้ และปรับแผนในการหันไปรับงานในต่างประเทศมากขึ้น ทั้งในรูปแบบการร่วมทุนหรือการผ่านกลุ่มชิโยดะ"นายสุวิทย์ กล่าว

ทั้งนี้ ครึ่งปีหลังคาดว่ารายได้จะมีอัตราการเติบโตมากขึ้นมากกว่าครึ่งปีแรกที่คาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำ 10% เมื่อเทียบกับครึ่งแรกปี 53 เนื่องจากการที่บริษัทชนะการประมูลงานก่อสร้างโรงงานสินแร่ที่หายากขนาดใหญ่ที่มาเลเซีย มูลค่าประมาณ 5 พันล้านบาท ส่งผลให้งานในมือ(backlog) เพิ่มสูงขึ้น ณ สิ้น มิ.ย.54 มี backlog มูลค่า 11,778.79 ล้านบาท โดยงานมาเลเซียจะเริ่มรับรู้ในไตรมาส 3/54 และคาดว่าในปีนี้จะรับรู้รายได้ประมาณ 30% ของมูลค่างาน

ขณะที่บริษัทยังมีงานที่อยู่ระหว่างผลการประมูลมูลค่ารวม 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดหวังจะได้รับงานประมาณ 30% ของมูลค่าที่ยื่นประมูลไปทั้งหมด โดยงานส่วนใหญ่จะเป็นงานในต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้รายได้จากต่างประเทศเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

นายสุวิทย์ คาดว่า บริษัทจะจ่ายเงินปันผลระกว่างกาลในปีนี้ใกล้เคียงการจ่ายปันผลระหว่างกาลในปีก่อนที่จ่ายในอัตรา 0.15 บาท/หุ้น เนื่องจากการเติบโตที่ดีขึ้นและกำไรที่เพิ่มสูง โดยจะนำเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาในวันที่ 11 ส.ค.นี้ เชื่อว่าน่าจะเป็นที่น่าพอใจสำหรับผู้ถือหุ้น

ด้านนายกอบชัย ธนสุกาญจน์ รองผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการเงิน TTCL คาดว่า สัดส่วนรายได้ในต่างประเทศในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 30% จาก 10% ในปีก่อน และภายใน 1-2 ปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 50% เนื่องจากมูลค่างานที่เข้าไปรับในต่างประเทศมีจำนวนค่อนข้างมาก โดยงานในมือปัจจุบันมีสัดส่วนงานต่างประเทศ 73% ขณะที่อยู่ระหว่างการรอผลประมูล เป็นงานต่างประเทศ 3.9 หมื่นล้านบาท จากมูลค่ารวม 7 หมื่นล้านบาท

อีกทั้ง อัตรากำไรสุทธิของงานต่างประเทศสูงที่ 4% ดีกว่าในประเทศที่อยู่ในระดับเฉลี่ย 3%

นายกอบชัย กล่าวว่า บริษัทมีแผนเข้าร่วมทุนกับต่างประเทศ 3 รายในเอเชีย ทั้งรูปแบบเข้าร่วมทุน ร่วมทุนและเป็นผู้รับเหมางานก่อสร้างด้วย ซึ่ง 3 รายดังกล่าวอยู่ในธุรกิจพลังงาน และปิโตรเคมี เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบลงทุนรวม 1-2 พันล้านบาท โดยการเข้าร่วมทุนดังกล่าวบริษัทคาดหวังอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR ) ประมาณ 12-15%

นอกจากนี้ บริษัทยังจะมีการเซ็นสัญญารับงานก่อสร้างโรงงานปุ๋ยที่ประเทศเวียดนาม มูลค่า 4-5 พันล้านบาทในเร็วๆนี้ โดยคาดว่างานดังกล่าวจะรับรู้รายได้ภายในปีนี้ประมาณ 10-15%

ส่วนการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท/วัน นั้นส่งผลกระทบต่อบริษัทน้อย เพราะต้นทุนค่าแรง คิดเป็น 2.4% ของต้นทุนทั้งหมด และค่าแรงที่บริษัทจ่ายอยู่ในปัจจุบันสูงกว่า 300 บาท/วัน

รองผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการเงิน กล่าวว่า บริษัทมั่นใจไม่มีปัญหาเรื่องแหล่งทุนและบริษัทยืนยันว่าจะไม่มีการเพิ่มทุน เพราะปัจจุบันมีสภาพคล่องในการขยายธุรกิจ ประมาณ 3 พันล้านบาท สูงก่า 6 เดือนก่อนที่มีอยู่ 1.7 พันล้านบาท


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ