หุ้น CPALL บวก 1.06% มาอยู่ที่ 47.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท มูลค่าซื้อขาย 184.12 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.54 น. โดยเปิดตลาดที่ 47.75 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 48.00 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 47.50 บาท
นายกวี มานิตสุภวงษ์ นักวิเคราะห์ บล.เอเชียพลัส แนะนำ"ซื้อ"หุ้นบมจ.ซี.พี.ออลล์(CPALL)เนื่องจากเป็นหุ้นที่มีอัตราการเติบโตของกำไรที่ต่อเนื่อง จากที่ได้เปรียบจากที่มีร้านสะดวกซื้อมากสุดในประเทศไทย คือ คิดเป็นสัดส่วนสูง 53% ของจำนวนร้านสะดวกซื้อทั้งหมด
นอกจากนี้ การเติบโตของสาขาเดิมก็ดีต่อเนื่อง รวมทั้งสาขาใหม่วางแผนขยายสาขาเพิ่มไม่ต่ำกว่าไตรมาสละ 100 สาขาในช่วง 2H54 หลังจากเปิดไปแล้ว 296 แห่งในช่วง 1H54 การเพิ่มช่องทางการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม ด้วยการเพิ่มสาขาที่จำหน่ายสินค้าแช่เย็นประเภทข้าวกล่องจากปัจจุบันที่มีเพียง 1.4 พันสาขา หรือคิดเป็นสัดส่วนเพียง 23% ของสาขาทั้งหมด เป็น 2 พันสาขาภายในสิ้นปีนี้ โดยจะเพิ่มขึ้นไตรมาสละ 300 แห่ง เพิ่ม Gross Margin ให้ขยับสูงขึ้น เนื่องจากสินค้าดังกล่าวมี Gross Margin ดีกว่าสินค้าอาหารประเภทอื่น ด้วยผลดังกล่าวคาดจะช่วยหนุนให้กำไรทั้งปี 2554 เติบโต 24.2% yoy ให้ราคาที่เหมาะสม 55.20 บาท
ด้านบทวิเคราะห์ เกียรตินาคิน ระบุว่า อยู่ระหว่างการปรับประมาณการคำแนะนำลงทุนและราคา CPALL หลังจากประกาศผลประกอบการ 2Q/54 ออกมามีกำไรสุทธิ 2,170 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% Y-O-Y และ4% Q-O ซึ่งแสดงให้เห็นศักยภาพการเติบโตในอนาคต ครึ่งปีแรก 54 ผลประกอบการของ CPALL ทำสถิติสูงสุด 2 ไตรมาสติดต่อกัน และคิดเป็น 53% ของประมาณการปีนี้ ซึ่งเราคาดว่ามีกำไรสุทธิ 7,868 ล้านบาท
CPALL มีความเสี่ยงต่ำจากผลกระทบเศรษฐกิจโลก เนื่องจากรายได้ 100% มาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศ นอกจากนี้ บทวิเคราะห์กลุ่มค้าปลีกเมื่อวันที่ 4 ก.ค.54 เราประเมินว่า CPALL เป็นหุ้นปลอดภัยสุด จากผลกระทบความเชื่อมั่นผู้บริโภคในการใช้จ่ายที่ลดลง เนื่องจากจุดเด่นสาขาร้านเซเว่นฯ ที่กระจายตัวเข้าถึงผู้บริโภค และมี Spending per Ticket เฉลี่ยเพียง 50-55 บาท ทำให้การตัดสินใจซื้อ เน้นความสะดวกมากกว่าผลด้านกำลังซื้อ