บลจ.ยูโอบี แนะถอยจากตลาดหุ้นใน-ตปท.หลังผันผวนหนัก ดัชนี SET ดิ่ง 15%

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday October 4, 2011 17:33 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางสาวรัชดา ตั้งหะรัฐ ผู้อำนวยการอาวุโส หัวหน้าฝ่ายวางแผนการลงทุน-ส่วนตัวแทนขาย บลจ.ยูโอบี (ไทย) จำกัด กล่าวในงานสัมมนา “เล็งโอกาส เลี่ยงความเสี่ยง เลือกสินทรัพย์ เล่าเรื่องลงทุน" ว่าการที่ตลาดหุ้นทั่วโลกขณะนี้อยู่ในภาวะที่มีความผันผวนสูง จึงอยากแนะนำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนในตลาดหุ้นไปก่อน ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยควรรอให้ตลาดฯและสถานการณ์ต่างๆมีความชัดเจนก่อนจึงค่อยกลับเข้าไปลงทุนใหม่

สำหรับพอร์ตการลงทุนช่วงนี้แนะนำลงทุนใน 1.กองทุนตราสารหนี้ โดยเฉพาะประเภทออมทรัพย์ เนื่องจากให้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ 2.กองทุน LTF , RMF ที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 3.ทองคำ แม้ขณะนี้ราคาจะเริ่มมีความผันผวน แต่ถ้าพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานแล้วถือว่ายังมีความแข็งแกร่ง โดยแนะนำให้ทยอยเข้าซื้อทองคำในช่วงที่มีข่าวไม่ดีเข้ามา เนื่องจากทองคำถือเป็นสินทรัพย์ที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงได้ดีตัวหนึ่ง ทั้งนี้แนะนำลงทุนในทองคำประมาณ 20% ของพอร์ต 4.กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ที่จะมีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอ

“หุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีปรับตัวลงไปเฉลี่ย 15% รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกประเทศทั้งทางสหรัฐฯและยุโรป ซึ่งสถานการณ์แบบนี้ล่าสุดที่เคยเจอก็คือเมื่อปี 2008 จากวิกฤตเลห์แมน ซึ่งก็ทำให้ตลาดหุ้นในปีนั้นลงไปกัน 40-50% แต่พอปีถัดมาการเริ่มปรับตัวขึ้นได้ อย่างตลาดหุ้นไทยปี 2009 ก็ฟื้นมา 60% ซึ่งครั้งนี้ก็คงเหมือนกัน แต่ก็ต้องดูเป็นตลาดๆไป ก็ควรจะกระจายการลงทุน ไม่ควรใช้เงินก้อนเดียวลงทุน"นางสาวรัชดา กล่าว

ด้านนายกรวุฒิ ลีนะบรรจง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ยูโอบี (ไทย)กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกขณะนี้อยู่ในภาวะชะลอตัว ซึ่งดูได้จากตัวเลขชี้นำทางเศรษฐกิจต่างๆที่ปรับตัวลดลง เช่น การที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มีการปรับลดคาดการณ์จีดีพีปีนี้ลงเหลือ 4.1% จากเดิมที่ 4.3% และปีหน้าเหลือ 4% จาก 4.5% , ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐฯมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง อัตราการว่างงานก็ถือว่ายังอยู่ในระดับสูงประมาณ 9.1%,

ด้านอัตราการเติบโตของประเทศขนาดใหญ่ในยุโรปทั้งเยอรมนีและฝรั่งเศสก็ชะลอตัวลง ประกอบกับแรงกดดันหลัก จากปัญหาหนี้สินในยุโรปที่กำลังลุกลามไปสู่ภาคการเงิน อย่างไรก็ตามมองว่าขณะนี้ยังไม่เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถ้อย เพราะการจะเข้าการเข้าสู่ภาวะถดถอยจีดีพีจะต้องติดลบติดต่อกันสองไตรมาส

มองว่าวิกฤติการณ์การเงินในยุโรปและสหรัฐฯขณะนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจเอเชียมากนัก เพราะถ้าพิจารณจากพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนต่างๆยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ภาคธนาคารในเอชียก็ถือว่ายังมีประสิทธิภาพ แต่อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ก็อาจจะชะลอตัวลงบ้าง อย่างเช่นในช่วงไตรมาส 2/54 ที่ผ่านก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น ขณะเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศขณะนี้ ก็คงมีผลต่อจีดีพีในไตรมาส 3/54

ดังนั้น การที่เศรษฐกิจทั่วโลกมีแนวโน้มชะลอตัวเช่นนี้ การลงทุนต่างๆก็ควรจะต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น ควรมีการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน และชะลอการลงทุนในตลาดหุ้นเนื่องจากขณะนี้มีความผันผวนสูงมาก

ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาถึงช่วงปลายเดือนก.ย.ผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นติดลบ 12.5% โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกิดใหม่ที่ผลตอบแทนติดลบสูงสุดถึง 22.4%, สินค้าโภคภัณฑ์ติดลบ 7.1% ขณะที่พันธบัตรมีผลตอบแทนเป็นบวกที่ 7%


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ