CPAXT เปิดงบ Q2/69กำไรสุทธิหด 18%รับต้นทุนพลังงานพุ่ง-คชจ.เปิดสาขาใหม่ แต่ดอกเบี้ยลดช่วยพยุง

ข่าวหุ้น-การเงิน Sunday August 9, 2026 11:35 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า [CPAXT] เปิดเผยผลประกอบการในไตรมาส 2 ของปี 2569 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 1,874 ล้านบาท ลดลง 18.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวม (net profit margin) ที่ร้อยละ 1.4 เป็นผลหลักมาจากต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ต้นทุนทางการเงินปรับลดลง 6.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการบริหารโครงสร้างเงินกู้และต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

ในไตรมาส 2 ของปี 2569 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 8,213 ล้านบาท ลดลง 5.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนหักต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้รวม (EBITDA margin) ที่ 6.2%

บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 132,284 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 3,204 ล้านบาท หรือ 2.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายสินค้าจำนวน 126,494 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 2,602 ล้านบาท หรือ 2.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของรายได้จากการขายของกลุ่มธุรกิจค้าส่ง 3.5%โดยหลักมาจากสาขาใหม่และยอดขายนอกร้านพร้อมการส่งสินค้าถึงลูกค้า (Omni Channel) ซึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากยอดขายสินค้าอาหารแห้งที่เติบโต จากการตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าร้านค้าปลีกรายย่อยในช่วงโครงการไทยช่วยไทยพลัส รวมถึงการรับรู้ รายได้จากกลุ่มบริษัท Renewed Hope Pte. Ltd. ภายใต้แบรนด์หลัก Lucky Frozen (LFG) ในขณะที่รายได้จากการขายของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.4% โดยหลักจากประเทศมาเลเซียในการดeเนินกลยุทธ์ปรับกลุ่มสินค้าอย่างต่อเนื่องและปรับราคาให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า

ทั้งนี้ สัดส่วนยอดขาย Omni Channelของบริษัทฯ และบริษัทย่อยคิดเป็น 23.9% ของรายได้จากการขายสินค้าในไตรมาส 2 ปี 2569โดยได้รับแรงหนุนหลักจากยอดขายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม Makro PRO และLotuss Smart App ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 30.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สะท้อนประสิทธิผลของกลยุทธ์การขยายสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนยอดขายโดยรวม แม้ภาวะกำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงเปราะบาง

ในไตรมาส 2 ของปี 2569 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้ค่าเช่าและรายได้จากการให้บริการศูนย์การค้าจำนวน 3,736 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน มีปัจจัยหลักมาจากการขยายพื้นที่เช่าจากการเปิดสาขาใหม่และขยายพื้นที่เช่าเพิ่มเติมในสาขาเดิม อีกทัังอัตราการเติบโตของรายได้ดังกล่าวสูงกว่าอัตราการเติบโตของพื้นที่เช่า


บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรขั้นต้นจากการให้เช่าและการให้บริการศูนย์การค้าจำนวน 1,999 ล้านบาท ลดลง
จำนวน 8 ล้านบาท หรือ 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นจากการให้เช่า
และการให้บริการศูนย์การค้าอยู่ที่ 53.5% จาก 55.8% ในช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็นผลหลักจากค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงและจัดสรรพื้นที่เช่าใหม่เพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่เช่าภายใต้แนวคิด Happy & Healthy Mall ทั้งนี้ อัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยในไตรมาส 2 ของปี 2569 (Average occupancy rate) ในประเทศไทยอยู่ที่ 91.3%และในประเทศมาเลเซียอยู่ที่ 88.0%


กำไรขั้นต้นจากการขายแผ่ว

ในไตรมาส 2 ของปี 2569 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรขั้นต้นจากการขายจำนวน 17,801 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
จำนวน 115 ล้านบาท หรือ 0.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเป็น 14.1%ของยอดขายรวม จาก 14.3% ในช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากรายได้จากกลุ่มสินค้าอาหารแห้งที่เพิ่มขึhน ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ประกอบกับการบริหารราคาขายให้สอดคล้องกับภาวะกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง

ในไตรมาส 2 ของปี 2569 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีสัดส่วนต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร
ต่อรายได้รวมอยู่ที่ 13.8%เพิ่มขึ้นจาก 13.2% ในช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวม 18,253 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยหลักเกิดจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเปิดสาขาใหม่ กิจกรรมทางการตลาดที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นยอดขาย และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจ Omni Channel ได้แก่ ต้นทุนพลังงาน ค่าใช้จ่ายที่ผันแปร ตามการเติบโตของยอดขาย ตลอดจนค่าใช้จ่ายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำ last-mile รองรับการเติบโตระยะยาวของธุรกิจออนไลน์นอกจากนี้บริษัทฯ มีแผนการลดผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน โดยทยอยเพิ่มสัดส่วนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV Fleet) ในการขนส่งสินค้าถึงลูกค้า


งวด 6 เดือนแรกกำไรสุทธิลดลง 5.3%

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 4,668 ล้านบาท ลดลงจำนวน 261 ล้านบาท หรือ 5.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหลักมาจากต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ต้นทุนทางการเงินปรับลดลง7.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการบริหารโครงสร้างเงินกู้และต้นทุนทางการ
เงินอย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 268,334 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,304 ล้านบาท หรือ 3.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายสินค้า เท่ากับ 257,227 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,586 ล้านบาท หรือ 3.5%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สนับสนุนจากการเติบโตของรายได้จากการขายของกลุ่มธุรกิจค้าส่งและกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่ 4.7%และ 1.9% ตามลำดับ


ทั้งนี้ สัดส่วนยอดขาย Omni Channelของบริษัทฯ และบริษัทย่อยคิดเป็น 22.9% ของรายได้จากการขาย
สินค้า สะท้อนประสิทธิผลของกลยุทธ์การขยายสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนยอดขายโดยรวม
แม้ภาวะกำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงเปราะบาง


บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการให้บริการและรายได้อื่นรวมจำนวน 3,749 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน
446 ล้านบาท หรือ 13.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลหลักจากการรับรู้ รายได้ผ่านการสร้างมูลค่า
จากข้อมูล (Data Monetization) การเพิ่มขึ้นของกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสัญญาซื้อขายเงินตรา
ต่างประเทศล่วงหน้า และการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมส่งเสริมการขาย

ครึ่งปีหลังเพิ่มช่องทางขายหลากหลาย ดึงคนเข้าห้าง

นายธานินทร์ บูรณมานิต ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มบริษัท CPAXT กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกสะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวต่อสภาวะตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตของบริษัท โดยจะเดินหน้าต่อยอดการเติบโตผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์ ทั้งด้านธุรกิจและเทคโนโลยี ควบคู่กับการขยายการลงทุนในภูมิภาค โดยมุ่งเน้นกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง เพื่อขยายฐานลูกค้าและเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาวให้กับบริษัท พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำค้าส่งค้าปลีกอันดับหนึ่งของอาเซียนที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

สำหรับช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯ เดินหน้าสร้างการเติบโตจากหลากหลายช่องทางการขาย และขยายกลยุทธ์ Happy & Healthy Mall หรือ พื้นที่ความสุขของชุมชน เพื่อยกระดับสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และสุขภาพของทุกวัย เพิ่มจำนวนผู้มาใช้บริการ สนับสนุนการเติบโตของผู้เช่า และเสริมความแข็งแกร่งของรายได้จากธุรกิจศูนย์การค้า พร้อมกันนี้การเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ การพัฒนาช่องทางออนไลน์และเทคโนโลยีค้าปลีก รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภาครัฐ จะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อการเติบโตของลูกค้ากลุ่ม HoReCa และผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว


แท็ก ซีพี  

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ