พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หรือ กพท. เปิดเผยว่า หลังจากคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) มีมติให้ความเห็นชอบในหลักการให้ บมจ.ท่าอากาศยานไทย [AOT] หรือ ทอท. ปรับเพิ่มค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศจาก 730 บาท/คน แต่อัตราที่ ทอท.เสนอไม่เกิน 1,120 บาท/คน สูงกว่าอัตราที่ กพท.ประเมินไว้ที่ไม่เกิน 930 บาทต่อคน โดย ทอท. ให้เหตุผลว่าเป็นตัวเลขที่สอดคล้องกับต้นทุนการบริหารจัดการสนามบินที่เพิ่มขึ้น
ที่ประชุม กบร. จึงกำหนดเงื่อนไขให้ AOT จัดส่งข้อมูลและเอกสารต้นทุนเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถคำนวณตามหลักเกณฑ์ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และให้ กพท.ตรวจสอบความเหมาะสมอีกครั้งก่อนเสนอพิจารณาขั้นสุดท้าย
นอกจากนี้ AOT ต้องดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยต้องระบุอัตราค่าบริการใหม่และเหตุผลความจำเป็นของการปรับขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้โดยสารทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 4 เดือน ก่อนเริ่มเรียกเก็บค่า PSC ในอัตราใหม่ เพื่อสร้างความเข้าใจและลดผลกระทบต่อผู้ใช้บริการ
เมื่อ AOT ดำเนินการตามเงื่อนไขครบถ้วนและรายงานผลให้ กพท.แล้ว กพท.จะเสนอเรื่องผ่านปลัดกระทรวงคมนาคม เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณาอนุมัติการเรียกเก็บค่า PSC ใหม่ต่อไป โดยขณะนี้ กพท.อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติมจาก AOT
ขณะเดียวกัน ทางกพท.ยังเตรียมปรับอัตราค่าธรรมเนียมการเข้า-ออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเรียกเก็บจากผู้ดำเนินการเดินอากาศ จากอัตราปัจจุบัน 15 บาทต่อคนต่อเที่ยว เป็น 25 บาทต่อคนต่อเที่ยว หลังใช้อัตราเดิมมานานกว่า 10 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลการบินที่เพิ่มขึ้น
โดยรายได้จากค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการรักษามาตรฐานความปลอดภัยการบิน พัฒนาระบบและเทคโนโลยี รวมถึงดูแลบุคลากรกว่า 600 คน โดยยืนยันว่าการปรับค่าธรรมเนียมครั้งนี้เป็นไปอย่างจำเป็นและรอบคอบ และยังไม่มีนโยบายจัดเก็บค่าธรรมเนียมอื่นเพิ่มเติม เพื่อไม่เพิ่มภาระต่อผู้โดยสารและอุตสาหกรรมการบินโดยรวม