BTS ทุ่มแสนล้านเปิดโครงการ"บ้านชาวไทย"ประเดิม 2 คอนโด Low rise ยูนิตละ 1 ล้านปลาย ศรีนครินทร์-คลองหลวง

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday January 19, 2026 12:48 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

BTS ทุ่มแสนล้านเปิดโครงการ

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ [BTS] กล่าวว่า บริษัทเปิดตัว "โครงการบ้านชาวไทย" บนที่ดินของ BTS ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยในรูปแบบอาคารชุดพักอาศัย หรือคอนโดมิเนียม ราคาเริ่มต้นล้านปลาย ๆ หรือไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อช่วยคนรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัย ด้วยจุดเด่น คือ "ไม่ต้องจอง-ไม่ต้องดาวน์" และสามารถกู้ได้ 100% ผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่เข้ามาสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

บริษัทได้เปิดตัว 2 โครงการแรก บน 2 ทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ได้แก่ โครงการ D:CODE ศรีนครินทร์ แบ่งเป็นขนาดห้องชุดพักอาศัย ขนาด 30 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท, ขนาด 45 ตารางเมตร เริ่มต้น 2.85 ล้านบาท และขนาด 60 ตารางเมตร เริ่มต้น 3.78 ล้านบาท และโครงการ D:CRAFT คลองหลวง แบ่งเป็นขนาดห้องชุดพักอาศัย ขนาด 30 คาราเมตร ราคาเริ่มต้น 1.6 ล้านบาท, ขนาด 45 ตาราเมตร เริ่มต้น 2.4 ล้านบาทและขนาด 60 ตารางเมตร เริ่มต้น 3.2 ล้านบาท

BTS ทุ่มแสนล้านเปิดโครงการ

กลุ่ม BTS มีความมุ่งหวังในการคืนกำไรสู่สังคม (Social Project) จึงเป็นที่มาของโครงการ "บ้านชาวไทย" ที่นำที่ดินศักยภาพในมือมาปัดฝุ่นใหม่ และการเปลี่ยนจากระบบเช่าซื้อ (Leasehold) มาเป็นการขายขาด (Freehold) มอบกรรมสิทธิ์ถาวรให้ผู้ซื้อ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของกลุ่ม BTS ให้กลายเป็นจริง พร้อมตั้งงบลงทุนรวมสำหรับการลงทุนพัฒนาโครงการบ้านชาวไทยไว้ที่ 1 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างขอใบอนุญาตและความเห็นชอบจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง (รวมถึง EIA) โดยการพัฒนาจะเป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต คาดเริ่มทยอยก่อสร้างราวกันยายน 69 และแล้วเสร็จปลายธ.ค. 71

BTS ทุ่มแสนล้านเปิดโครงการ

นายคีรี กล่าวว่า BTS ตั้งงบลงทุน 1 แสนล้านบาทในการดำเนินโครงการบ้านชาวไทย โดยพื้นที่นำร่อง คือ ศรีนครินทร์ และคลองหลวง โดยทั้ง 2 โครงการใช้เงินลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะได้รับผลตอบรับดี บริษัทเตรียมออกโครงการใหม่ในเดือนมี.ค. ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินโครงการในลักษณะ Project Finance ที่มีสถาบันการเงินหลายแห่งพร้อมร่วมมือ ขณะที่บริษัทเองก็มีกระแสเงินสดในมือ หลังจากที่ได้รับการชำระคืนหนี้จากกทม.กว่า 3 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ BTS ยังมีที่ดินในมืออีกจำนวนมากทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด อาทิ ชลบุรี นครราชสีมา กาญจนบุรี เป็นต้น

โครงการบ้านชาวไทย ถือเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ในรอบ 30 ปีที่นายคีรีกลับมาดำเนินธุรกิจหลังจากโครงการธนาซิตี้ และหันมาดำเนินธุรกิจรถไฟฟ้าบีทีเอส

นายคีรี กล่าวว่า กลับมาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วยโครงการบ้านชาวไทยที่ไม่เคยมีใครทำ เป็นการนำ concept ที่จะช่วยทำให้ประชาชนมีโอกาสได้ที่อยู่อาศัยได้จริงในทำเลสะดวก เดินทางรถไฟฟ้าได้ ซึ่งได้โมเดลนี้มาจากฮ่องกงที่รัฐบาลได้ทำโครงการนี้ หากบริษัทอสังหาริมทรัพย์อื่นจะนำโมเดลนี้ไปใช้ก็ยิ่งดี

กลุ่ม BTS มีความมุ่งหวังในการคืนกำไรสู่สังคม (Social Project) จึงเป็นที่มาของโครงการ "บ้านชาวไทย" ที่นำที่ดินศักยภาพในมือมาปัดฝุ่นใหม่ และการเปลี่ยนจากระบบเช่าซื้อ (Leasehold) มาเป็นการขายขาด (Freehold) มอบกรรมสิทธิ์ถาวรให้ผู้ซื้อ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของกลุ่ม BTS ให้กลายเป็นจริง

*เปลี่ยนตลาดเช่าบ้านมาผ่อนซื้อบ้าน

นายคีรี กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้เห็นประชาชนที่ต้องการที่อยู่อาศัยจริงแต่จากราคาบ้านในปัจจุบันสูง หรือบางคนก็กู้ไม่ผ่าน ทำให้มีแนวคิดโครงการบ้านชาวไทยเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยให้มีราคาจับต้องได้และมีคุณภาพ ในทำเลที่สะดวก รวมถึงมีเฟอร์นิเจอร์ให้ครบ โดยจะเปลี่ยนตลาดเช่าบ้านที่เป็นตลาดใหญ่มากเปลี่ยนมาซื้อบ้าน โดยค่าผ่อนบ้านเสมือนค่าเช่า ไม่ต้องดาวน์ ไม่ต้องผ่อนบ้านไปจ่ายค่าเช่าไป จึงเชื่อมั่นว่า 2 โครงการนี้จะได้รับการตอบรับอย่างดี หากมีจำนวนผู้สนใจมากกว่าจำนวนยูนิตจะมีการจับฉลากเลือกคนที่ได้

หัวใจสำคัญของโครงการ "บ้านชาวไทย" คือการทำให้คนสามารถผ่อนบ้านได้ในราคาที่ใกล้เคียงกับค่าเช่า แต่ได้ครอบครองทรัพย์สินเป็นของตนเอง ผ่านการทำงานร่วมกับสถาบันการเงินเพื่อเปิดประตูสู่การเป็นเจ้าของบ้านให้กับคนรุ่นใหม่ และผู้มีรายได้จำกัด แม้การลงทุนต้องมีกำไรเป็นเรื่องปกติ แต่โครงการนี้เราต้องการให้ที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ใกล้ระบบขนส่งมวลชน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยภูมิใจว่าเป็นนี่เป็นบ้านของตัวเองอย่างแท้จริง

"ราคาบ้านของเรา ถูกกว่าตลาด 25-30% ผมไม่เชื่อว่าคนจะปฏิเสธ บ้านพร้อมเฟอร์นิเจอร์ ผมดูเองทั้งการออกแบบ เลือกเฟอร์นิเจอร์ ..โครงการนี้มาจากความจริงใจ ดูแล้วทำได้ เราได้ต้นทุนต่ำ เราทำได้จริง และทำแล้วไม่ขาดทุน" นายคีรี กล่าว

ส่วนกรณีที่จะมีการเข้ามาเก็งกำไรแล้วนำมาขายต่อในราคาสูงขึ้นตามที่นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) แสดงความกังวลและมองว่าการจับสลากไม่น่จะแก้ปัญหาได้ นายคีรี กล่าวว่า ได้เปิดให้ใช้สิทธิจองคนละ 1 ยูนิต ถ้าจับสลากได้แล้วจะนำไปขายต่อก็ทำได้ ก็เหมือนคนถูกล็อตเตอรี่ ซึ่งบริษัทเป็นเอกชนไม่สามารถกำหนดได้ว่าต้องเป็นบ้านหลังแรกเหมือนภาครัฐได้ ดังนั้นถ้าเขานำไปขายต่อก็ทำได้

นายรังสิน กฤตลักษณ์ กรรมการบริหาร และผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ BTS กล่าวว่า โครงการบ้านชาวไทย มีแผนก่อสร้างในทำเลที่มีศักยภาพทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล นำร่อง 2 พื้นที่ ได้แก่ ถนนศรีนครินทร์ ใกล้รถไฟฟ้ามหานครสายนัคราพิพัฒน์ (สายสีเหลือง) และอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี รวมถึงในอนาคตมีแผนที่จะขยายโครงการฯ ไปอีกในหลาย ๆ พื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของผู้ที่สนใจ

โครงการ "D:CODE SRI NAKARIN" อยู่ระหว่างการขอรับใบอนุญาตและการอนุมัติที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร และการพิจารณาให้ความเห็นชอบการประเมินผลกระทบและมาตรการแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยคาดว่าจะเริ่มทยอยก่อสร้างได้ประมาณเดือนกันยายน 2569 และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปลายเดือนธันวาคม 2571 ก่อนที่จะดำเนินการจดทะเบียนเป็นอาคารชุดตามกฎหมายต่อไป

ส่วนโครงการ D:CRAFT KHLONG LUANG อยู่ระหว่างขอใบอนุญาตและความเห็นชอบจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง (รวมถึง EIA) โดยการพัฒนาจะเป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต คาดเริ่มทยอยก่อสร้างราวกันยายน 69 และแล้วเสร็จปลายธ.ค. 71

นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)กล่าวว่า ธอส. มีพันธกิจ "ทำให้คนไทยมีบ้าน" เปิดโอกาสให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองผ่านการสนับสนุนสินเชื่อที่หลากหลายในอัตราดอกเบี้ยต่ำ และมีระยะเวลาการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่นเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน ทำให้เชื่อว่าประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ "บ้านชาวไทย" จะได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

พร้อมกันนี้ ธอส. ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่สินเชื่อคอยให้คำปรึกษาแก่ผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์จะซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการ และต้องการขอสินเชื่อกับธนาคาร เตรียมความพร้อมก่อนยื่นขอสินเชื่อและเพื่อให้การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่ง ธอส. พร้อมผลักดันโครงการนี้ให้บรรลุเป้าหมาย ส่งมอบที่อยู่อาศัย ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนไทยได้มากขึ้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ