CREDIT โชว์แกร่งกำไรปี 68 ทุบสถิติ New high แตะ 4 พันลบ.เดินหน้ากด NPL ต่ำกว่า 4.5%

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday January 21, 2026 17:50 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต [CREDIT] กล่าว่า ธนาคารสามารถสร้างสถิติกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 4,016.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ไตรมาส 4/68 มีกำไรสุทธิ 1,174.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 15.9% จากไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อ ประกอบกับรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ เพิ่มขึ้นจากรายได้ค้างรับจากเงินชดเชย FIDF และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้และคุณภาพสินเชื่อดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผลประกอบการปี 68 มีกำไรต่อหุ้นที่ 0.95 บาทในไตรมาส 4/68 และ 3.25 บาทสำหรับทั้งปี สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจและประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงของธนาคาร ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความท้าทาย

ปัจจัยหลักที่สนับสนุนการเติบโตในช่วงปี 68 มาจากการขยายตัวของสินเชื่อรวม จำนวน 18,707.0 ล้านบาท หรือคิดเป็น 11.5% ส่งผลให้เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ของธนาคารอยู่ที่ 181,865.6 ล้านบาท ณ สิ้นปี 68 สอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโตของธนาคา

ธนาคารยังคงรักษาการเติบโตที่โดดเด่นของกลุ่มธุรกิจหลักได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อธุรกิจ Micro SME ที่ขยายตัว 13.1% สินเชื่อที่มีบ้านเป็นหลักประกันเพิ่มขึ้น 10.6% และสินเชื่อบุคคลที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 41.6% สะท้อนถึงความสามารถในการขยายพอร์ตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพและสมดุล

ด้วยการบริหารความเสี่ยงและการยกระดับคุณภาพสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ธนาคารสามารถลดผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ได้ถึง 22.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกและประสิทธิภาพของมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการ "คุณสู้ เราช่วย" ซึ่งมีส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารให้ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวม (Gross NPLs Ratio) อยู่ที่ระดับ 4.2% แม้อัตราส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) จะปรับลดลงจากปีก่อน แต่ธนาคารยังสามารถรักษาระดับให้อยู่ในเกณฑ์สูงได้ที่ 7.5% สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารโครงสร้างรายได้และต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้กำไรสุทธิต่อส่วนของเจ้าของ (ROE) ในไตรมาส 4/68 ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมที่ 18.27%

"ความสำเร็จของการดำเนินงานปี 68 เป็นผลมาจากการขยายพอร์ตสินเชื่ออย่างรอบคอบ ควบคู่กับการยึดกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการในทุกช่วงเวลา ธนาคารพร้อมเดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจฐานราก พร้อมกันนี้ธนาคารยังมีความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตในระยะยาว โดยตั้งเป้ารักษาอัตราการขยายตัวของสินเชื่อในระดับเลขสองหลักอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ธนาคารให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง โดยตั้งเป้าควบคุมอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ให้อยู่ต่ำกว่า 4.5% เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างยั่งยืน" นายรอยย์ กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ