(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าลุ้นรีบาวด์รับ sentiment บวกตามตลาดตปท.ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐดีกว่าคาด

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday February 3, 2026 09:41 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดรีบาวด์หลังพักฐานต่อเนื่องา 3 วัน บรรยากาศการลงทุนในภาพรวมผ่อนคลายมากขึ้นพลิกกลับมาเป็นบวก อาทิ ตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนนี้ปรับตัวบวกได้ ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้กลับมาบวกแรง ซึ่งตลาดหุ้นบ้านเราอาจได้แรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยีรีบาวด์ขึ้นมา ขณะที่กลุ่มพลังงานอาจชะลอลงเนื่องจากราคาน้ำมันเริ่มย่อ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นบวกเพิ่มเติมจากที่เมื่อคืนนี้ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI)สหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด โดยขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 1 ปี รวมทั้งประเด็นภาษีการค้าระหว่างสหรัฐฯและอินเดีย ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้ข้อตกลงแล้วและจะลดภาษีให้อินเดียทันทีเหลือ 18%

โดยให้กรอบแนวรับ 1,315 จุด และแนวต้าน 1,332 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

- ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (2 ก.พ.) 49,071.56 จุด เพิ่มขึ้น 49,407.66 จุด เพิ่มขึ้น 515.19 จุด หรือ +1.05%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,976.44 จุด เพิ่มขึ้น 37.41 จุด หรือ +0.54% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,592.11 จุด เพิ่มขึ้น 130.29 จุด หรือ +0.56%

- ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้าเปิดบวก ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 53,332.18 จุด เพิ่มขึ้น 677 จุด หรือ +1.29%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,995.76 จุด เพิ่มขึ้น 220.19 จุด หรือ +0.82% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,043.91 จุด เพิ่มขึ้น 28.16 จุด หรือ +0.70%

- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (2 ก.พ.) 1,321.42 จุด ลดลง 4.20 จุด (-0.32%) มูลค่าซื้อขาย 43,545.17 ล้านบาท

- นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (2 ก.พ.)306.33 ล้านบาท

- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. (2 ก.พ.) ลดลง 3.07 ดอลลาร์ หรือ 4.71% ปิดที่ 62.14 ดอลลาร์/บาร์เรล

- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (2 ก.พ.) อยู่ที่ 6.11 เหรียญ/บาร์เรล

- เงินบาทเปิด 31.45/46 แข็งค่าสอดคล้องภูมิภาค-รับราคาทองฟื้น คาดกรอบวันนี้ 31.30-31.55

- ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้เอฟเฟกต์เศรษฐกิจทรุดฉุดสินเชื่อแบงก์ ปี 69 จ่อติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 หลังสินเชื่อ เอสเอ็มอีหดตัวแรง ติดลบ 5 ปีติดต่อกัน ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้ง ชี้แบงก์เผชิญโจทย์ท้าทายจาก "หนี้เสีย" พุ่งต่อเนื่อง ด้าน "ทีทีบี" ชี้ยอดขายรถจ่อต่ำสุดรอบ 3 ทศวรรษ

- "ทอง-ซิลเวอร์" ดิ่งหนัก ราคาร่วงมากกว่า 30 % กระทบการซื้อขายตลาดล่วงหน้า โดย "ซิลเวอร์" หนักสุด ทุกซีรีส์ดิ่งฟลอร์ 2 วันซ้อนจนเกือบทุกโบรก ต้องฟอร์ซเซลล์ทันทีจากราคาสูงสุด 121 ดอลลาร์เหลือ 78 ดอลลาร์ ล่าสุด TFEX ปรับราคาลิมิตระหว่างวันเป็น +/- 30% ด้านกูรูมองทองลงหนักสุดในรอบ 10 ปี จากแรงขายเก็งกำไรดันราคาทำสถิติรวดเร็ว ยังดูสัญญาไม่หลุด 4,600 ดอลลาร์ สมาคมค้าทองคำเรียกหารือด่วนรับมือราคาผันผวน

- บีโอไอ เปิดเผยถึงภาพรวมการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากญี่ปุ่นในปี 2568 ว่าพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก โดยมีจำนวน 311 โครงการ เพิ่มขึ้น 17% มูลค่าเงินลงทุนกว่า 119,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 146%

- ปิดจบปี 68 ค้าชายแดนและผ่านแดนทะลุ 1.9 ล้านล้านบาท เพิ่ม 6.7% โดยค้าผ่านแดนกว่า 1 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์อานิสงส์ส่งออกไปจีน เวียดนาม แต่ค้าชายแดนร่วงหนักเหลือแค่ 8.9 แสนล้านบาท ด้านกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ อัด 700 กิจกรรมดันส่งออกปี 69

- ททท.เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เปิดตัวโครงการ "Tourism Product Highlight 2026" ตั้งเป้ายกระดับรับเทรนด์โลก มุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ ดันรายได้การท่องเที่ยวแตะ 3 ล้านล้านบาทในปี 2569

- SME D Bank เผยผลดำเนินงานปี 68 มียอดเบิกจ่ายทะลุ 7.9 หมื่นล. ผนวกกับการเร่งปรับโครงสร้างฯ-ช่วยเหลือลูกหนี้กด NPL เหลือ 7.9% พร้อมเปิดเรือธงปีนี้ใน 3 ด้านหลักๆ ได้แก่ มุ่งส่งเสริมสนับสนุน SME รายเล็ก มุ่งยกระดับสร้างความเข้มแข็ง SME-ส่งต่อ และมุ่งตอบสนองสินเชื่อนโยบายรัฐผ่าน 3 สินเชื่อหลัก วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท

*หุ้นเด่นวันนี้

- ERW (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 3.40 บาท คาดกำไรปกติไตรมาส 4/68 ที่ 352 ลบ. +363% q-q, -5% y-y ดีกว่าที่เราเคยคาด จากรายได้ธุรกิจโรงแรมทุกตลาดดีขึ้นมากกว่าคาด รายได้คาดโตแกร่ง q-q จาก High Season และทรงตัว y-y หนุนจาก RevPAR ที่ +31% q-q และ -4% y-y ส่วนรายได้ Hop Inn ยังโต +21% q-q, +18% y-y จากการเปิดโรงแรมใหม่ มองเชิงบวกแนวโน้มไตรมาส 1/69 คาดเพิ่มขึ้นทั้ง q-q, y-y ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 68-69 เพิ่มขึ้น 9% และ 5% ในปี 70 ทำให้ประมาณการกำไรปกติจะฟื้นตัว +13% y-y ในปี 69

- MINT (พาย) "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 32.60 บาท ผลประกอบในไตรมาส 4/68 แนวโน้มแข็งแกร่ง คาดกำไรปกติโต 3.2 พันล้านบาท (+12%YoY)ใ16%QoQ) หนุนจากธุรกิจโรงแรมเป็นหลัก ส่งผลให้กำไรปกติปี 68 โต 12% และแนวโน้มขยายตัวแข็งแกร่งต่อเนื่อง +11% ในปี 2569 หนุนจาก 1) การเปิดโรงแรมใหม่ 2)แนวโน้ม ADR โรงแรมไทยที่ปรับตัวสูงขึ้น 3)ดอกเบี้ยจ่ายลดลง และ 4)การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจากฐานต่ำ

- CENTEL (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 42.09 บาท มีมุมมองเชิงบวกต่อผลงานที่ดีทั้งไตรมาส 4/68 และไตรมาส 1/69 คาดการณ์ RevPar รวมในไตรมาส 4/68 โตแข็งแกร่ง double digit โตทุกประเทศใน portfolio คาด RevPar ในไทยโตได้ +5% จากโรงแรมในกรุงเทพคาดโต 2-3% และโรงแรม upcountry โตราว 7% ในขณะที่โรงแรมใน Maddives มีโอกาสโตราว 40% จากการ ramp up occupancy rate สำหรับโรงแรมใหม่ 2 โรงใน Maldives มาอยู่ที่ above 40% หลังปรับ pricing strategy ใหม่ โรงแรมในทั้ง Japan และ Dubai จะมี RevPar growth ที่ 8% และ 3% ตามลำดับ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ